เจ้าหนี้เหวอ ลูกหนี้มหาภัยชิงทุบบ้านหนีระหว่างรอยึดทรัพย์ ซ้ำขนเหล็กไปด้วย

เจ้าหนี้เหวอ ลูกหนี้มหาภัยชิงทุบบ้านหนีระหว่างรอยึดทรัพย์ ซ้ำขนเหล็กไปด้วย

เปิดปากกับภาคภูมิ คุยกับ "เจ้าหนี้" เจอลูกหนี้ทุบบ้านหนี ติดต่อไม่ได้ระหว่างรอยึดทรัพย์ ซ้ำเอาเหล็กกับหลังคาไปด้วย ไม่พอล่าสุดยังส่งข้อความมาขอยืมเงินซื้อกระเป๋าเดินทาง

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ในรายการ"เปิดปากกับภาคภูมิ"ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยกรณีเจ้าหนี้เหวอ ลูกหนี้ทุบบ้านหนี ติดต่อไม่ได้ ระหว่างรอยึดทรัพย์

ทั้งนี้ คุณปอ กรกนกวรรณ สุขสุทธิ เจ้าหนี้ เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ตนได้เปิดวงแชร์ ลูกหนี้ (จำเลยที่ 1) เป็นคนรู้จัก ได้เปียแชร์ติดต่อกันแล้วไม่ยอมส่งต่อ ยอดเงิน 432,000 บาท หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมาเขาไปที่ สภ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ทางตำรวจจึงโทรมาหาตนเพื่อไปเจรจา

ซึ่งวงแชร์นี้เขาต้องส่งแชร์เดือนละ 3 หมื่นบาท แต่ไม่มีเงิน เขาจึงไปกู้เงินกับแม่ของตน 432,000 บาท โดยมีแม่ของเขา (จำเลยที่ 2) เป็นคนค้ำประกัน ซึ่งเขาขอผ่อนจ่ายเป็นรายเดือน แต่ไม่นานแม่ของเขาก็ได้มากู้เงินกับแม่ของตนอีก 2 หมื่นกว่าบาท บอกว่าจะนำไปลงทุนค้าขายเอาเงินมาใช้หนี้เงินก้อนแรก โดยมีสามี (จำเลยที่ 3) เป็นคนค้ำ หลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้ บล็อกช่องทางการติดต่อทั้งหมด ไปที่บ้านก็ไม่มีคนอยู่

ตนจึงดำเนินการฟ้องศาลแพ่งจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 แต่เขาไม่เคยมาตามนัดเลย จนศาลตัดสินคดีถึงที่สุดแล้ว สั่งให้กลุ่มจำเลย 3 คนชดใช้หนี้ให้แม่ของตน พร้อมดอกเบี้ย รวมแล้ว 5 แสนกว่าบาท ซึ่งตนทิ้งระยะเวลาไว้ 3 ปี ระหว่างนั้นเขาก็บอกว่าจะให้แต่ก็ไม่ได้ให้

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความชื่อดัง ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เปิดเผยว่า หลังมีคำตัดสินแล้ว จะมีวิธีการที่หนักกว่าการทวงหนี้ อันดับแรกต้องออกคำบังคับไปติดไว้หน้าบ้าน โดยให้เวลา 30 วัน ถ้าไม่จ่าย ให้ไปตั้งเรื่องเพื่อยึดทรัพย์ เวลาที่เราไปทวงไม่ได้เป็นกฎหมายทวงหนี้แล้ว แต่เป็นเรื่องบังคับคดีตามคำพิพากษา โดยทั่วไปขั้นตอนในการหาทรัพย์สินจะเน้นสำนักงานที่ดินว่ามีอะไรบ้าง หรือไปตรวจสอบว่ามีงานที่ไหน

"โดยทั่วไป หลังจากศาลตัดสินแล้วจะให้เวลา 30 วัน ถ้าเป็นคดีเล็กๆ จะให้เวลา 15 วัน ซึ่งเจ้าหนี้อาจไปจ้างคนสืบทรัพย์บังคับคดี เขาจะมีวิธีการพิเศษเพื่อรู้ข้อมูลต่างๆ ของลูกหนี้เพื่อมาบังคับคดี หลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว จะมีระยะเวลาในการบังคับคดี 10 ปี ซึ่งคดีนี้เหลือเวลาอีก 7 ปี"

คุณปอ เปิดเผยอีกว่า ตนได้จ้างคนไปสืบจนรู้ว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นแม่ของเขา มี 1 หลังอยู่ในพื้นที่บ้านโป่ง จ.ราชบุรี จึงไปถ่ายรูปบ้านไว้ หลังจากทำเรื่องแล้ว เจ้าหน้าที่บังคับคดีได้นัดวันไปบ้านหลังดังกล่าวเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2565 แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่า บ้านหลังดังกล่าวถูกทุบแล้ว

ตนได้ถามจำเลยที่ 2 ว่า ทุบบ้านตั้งแต่ตอนไหน เขาก็บอกว่า ทุบก่อนเราจะไปยึด 2 วัน อ้างว่า เจ้าของที่ให้ทุบ รอบแรกบอกว่า ได้ค่ารื้อถอน 2 หมื่น พอถามอีกรอบเขาบอกว่า ไม่ได้เงินค่ารื้อถอน ตนจึงถามคนแถวนั้นว่า ครอบครัวนี้ไปอยู่ที่ไหน จึงทราบว่า เขาไปเช่าบ้านอยู่

หลังจากเขาทุบบ้านแล้ว เขาได้นำเหล็ก หลังคาบ้านไป ด้านทางเจ้าหน้าที่บังคับคดีจึงแนะนำให้ตนไปแจ้งความ ซึ่งทางตำรวจได้ลงเป็นข้อหาฉ้อโกงเจ้าหนี้ เพราะเขาเอาเหล็กกับหลังคา และของที่ขายได้ออกไปด้วย โดยทางตำรวจได้ตามไปเจอเหล็กและหลังคาที่เขาเอาไปตำรวจจึงถ่ายรูปไว้ อายัดเป็นของกลางในคดี จากนั้นได้มาตกลงกัน ซึ่งตนเหมาประตูหน้าต่าง กระเบื้อง ตีให้ 3 หมื่นบาท ซึ่งตนติดยอดหนี้เฉพาะเงินต้นหาร 3 แล้ว ต้องจ่ายคนละ 1 แสนกว่าบาท จึงให้เขาชำระอีก 5 หมื่นบาทให้หมดภายในปีหน้า

ทนายเดชา กล่าวว่า คดีนี้จำเลยสร้างบ้านในที่คนอื่น สามารถยึดบ้านได้แล้วทุบทิ้ง แต่ตัวลูกหนี้ไม่สามารถทุบบ้านได้ มีโทษจำคุก 3 ปี ขอฝากไปยังลูกหนี้ด้วยว่าอย่าทำ หรือถ้ายักย้ายถ่ายเททรัพย์สินก็ทำไม่ได้ มีความผิดเหมือนกัน

สำหรับคดีนี้ เบื้องต้นผิดมาตรา 187 กฎหมายอาญา รู้ว่าทรัพย์สินจะถูกยึดแต่ไปทำลายไร้ประโยชน์ คุก 3 ปี แต่จะเป็นการโกงเจ้าหนี้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง

คุณปอ กล่าวอีกว่า หลังจากไปแจ้งความแล้ว จำเลยที่ 1 ได้ติดต่อมาหาตนเมื่อพูดคุยกันแล้ว จำเลยที่ 1 บอกว่าจะทำงานหาเงินมาให้ แต่ไม่ได้บอกว่าจะจ่ายตอนไหน ส่วนจำเลยที่ 2 บอกว่าจะจ่ายให้ 5 หมื่นภายในต้นปีหน้า ส่วนจำเลยที่ 3 บอกว่า เขาเลิกกันแล้ว ล่าสุด จำเลยที่ 1 ได้ส่งข้อความมาขอยืมเงินไปซื้อกระเป๋าเดินทางไปทำงานต่างประเทศ บอกว่าถ้าเงินออกแล้วจะคืนให้ ซึ่งตนไม่ได้กดเข้าไปอ่าน

ทนายเดชา เปิดเผยว่า โดยทั่วไปหากลูกหนี้ไม่ยอมจ่าย ผู้ค้ำต้องชำระแทน จะมาอ้างว่า หย่ากันแล้วไม่ได้ สำหรับคดีนี้แนะนำว่า ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียก หลังจากนั้นก็ส่งอัยการ แล้วส่งศาล หากเขาไม่มีเงินชดใช้ ก็จำคุกไป จำเลยเป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นหนี้แล้วไม่ใช้ ก็จำคุก แนะนำว่าให้ไปทางคดีอาญา เพราะที่ผ่านมาเขาโกหกมาตลอด ถ้าเขาไม่อยากติดคุก ก็ต้องหาเงินมาใช้หนี้ ถ้าเป็นทางแพ่งก็สืบทรัพย์ไปเรื่อยๆ จนครบเวลาบังคับคดี 10 ปี แล้วไปฟ้องล้มละลาย ซึ่งเราต้องหาข้อมูลลูกหนี้เรื่อยๆ

ทั้งนี้ คุณปอ ได้ทิ้งท้ายว่า อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ ถ้ามีเงินเอาไว้นอนกอดดีกว่า อย่าไปให้ใครยืม.

คุณกำลังดู: เจ้าหนี้เหวอ ลูกหนี้มหาภัยชิงทุบบ้านหนีระหว่างรอยึดทรัพย์ ซ้ำขนเหล็กไปด้วย

หมวดหมู่: สังคม

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด