เช้าพบ "บิ๊กตู่" เที่ยงซบ "บิ๊กป้อม" อนุทิน ขาขวิด เหยียบเรือ 2 แคม

เช้าพบ "บิ๊กตู่" เที่ยงซบ "บิ๊กป้อม" อนุทิน ขาขวิด เหยียบเรือ 2 แคม

“อนุทิน” ขาขวิดดอดเบิร์ธเดย์ “บิ๊กตู่” เที่ยงเปิบข้าว “ลุงป้อม” ยกสอง ปาดหน้าถก สูตรตั้งรัฐบาล พปชร.-ภท-ชทพ.-ปชป. “บิ๊กป้อม” ยิ้มรับ “น้องตู่” ลง ส.ส.บอกดีทั้งนั้น “อุ๊งอิ๊ง” ไม่แผ่วอุ้มท้องแก่ 8 เดือน ลุยเมืองนนท์ “ชลน่าน” ปูดแผน ส.ว.สร้างเดดล็อกให้นายกฯรักษาการอยู่ยาว “ทักษิณ” โว 3 แคนดิเดตเพื่อไทยเหมาะเหม็งทุกคน แนะ “ตู่” ทำใจงานเลี้ยงย่อมเลิกรา เย้ย “ป้อม” สังขารไปไม่ไหว คนคอยยกขึ้นลงเวที แค่ลูกน้องขอเกาะอำนาจทำมาหากิน เข้าใจ “สุริยะ-สมศักดิ์” หนีภัยแล้งกลับ พท. งงก้าวไกลเหมือน ปชป.ขึ้นทุกวัน “โรม” แปลกใจเจอพันธมิตรแซะกันเอง กลุ่มราษฎรออกโรงวอนฝ่ายประชาธิปไตยหยุดทะเลาะกัน ขณะที่ไทยรัฐโพล “แพทองธาร” นำลิ่ว ปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทยทิ้งขาด

การเมืองหลังยุบสภาคึกคักขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคลื่อนไหวหนักเช้าขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ทำเทียบรัฐบาล อวยพรวันเกิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นการส่วนตัว บ่ายเข้ามูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เปิบข้าวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อีกรอบ

“อนุทิน” ย่องเบิร์ธเดย์ “บิ๊กตู่”

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้า ประมาณ 10 นาที เพื่ออวยพรและมอบของขวัญวันคล้ายวันเกิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมือง พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ย้อนหลังเป็นการส่วนตัว ก่อนเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขึ้นไปแฮปปี้เบิรธ์เดย์นายกฯ วันที่ 21 มี.ค. ไม่มีโอกาสได้อวยพร นำพวงมาลัยไปกราบอวยพร สุขภาพนายกฯดีขึ้นแล้ว ไม่ได้เครียดอะไร อวยพรขอให้สุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดสมความปรารถนา

ดีใจได้พระ “รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์”

เมื่อถามว่าคุยเรื่องการเมืองกับนายกฯหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่ได้คุย นายกฯมีแขกมาพบเยอะ นายกฯให้เหรียญเสมา หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด พิมพ์เลื่อนสมณศักดิ์ วัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา ถือเป็นมงคลชีวิตจะนำไปบูชาไว้ที่เครื่องบินที่ตนขับอยู่ เพราะชื่อดีรุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ ยังได้ฝากไปให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมด้วย เมื่อถามว่า ฝากให้นายเนวิน ชิดชอบ ผู้สนับสนุนพรรค ภท.ด้วยหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะพร้อมกล่าวว่า ลืมไปเลยไม่ได้ขอเผื่อ แต่ความจริงนายเนวินไม่ต้องเลื่อนแล้ว เมื่อถามถึงการจับมือกับขั้วการเมือง นายอนุทินตอบว่า ต้องดูผลการเลือกตั้งว่าแต่ละพรรคมีจำนวนที่นั่งในสภาเท่าไหร่ เราไม่เคยขัดแย้งกับใคร และไกลจากคำว่าเป็นศัตรูเยอะ แต่ถ้าเรื่องเจตนารมณ์ แนวคิด หรืออุดมการณ์ตรงนี้อีกเรื่องหนึ่งที่พิจารณาว่าไปด้วยกันได้หรือไม่ได้

แทงกั๊กอ้างผล ลต.ไม่เลือก “2 ลุง”

เมื่อถามถึงจุดยืนการร่วมรัฐบาลของพรรคภท. นายอนุทินตอบว่า รัฐบาลหน้าหากพรรคเราได้เข้ามา สิ่งที่ค้างคาอยู่จะผลักดันให้เกิดผลสำเร็จ เช่น กฎหมายกัญชาจะเป็นเงื่อนไขแรกในการร่วมรัฐบาล ย้ำว่าต้องมีกฎหมายกัญชา ไม่ใช่ใช้เกณฑ์การเมืองดึงให้กฎหมายไม่ผ่านเพราะไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน เมื่อถามว่าหากต้องเลือกจริงๆระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร เลือกใคร นายอนุทินตอบว่า ต้องใช้ผลการเลือกตั้งเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ ทิศทางทางการเมืองของแต่ละพรรค เมื่อถามถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์จะลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค รทสช. ลำดับ 1 นายอนุทินตอบว่า ยังไม่ทราบเลย แต่ก็ดี การเลือกตั้งปี 66 เป็นการแข่งขัน สร้างความชอบธรรม และความดีให้กับประชาชนเป็นคนเลือกไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ เราไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเพราะอยู่คนละพรรค ได้แต่ให้กำลังใจกันและกัน ส.ส.เป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติและทำงานในสภา เราจะได้เข้าใจความต้องการของประชาชน

แจงยิบปมถูกร้องยุบพรรค

ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค ภท. แถลงกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ยื่นเรื่องต่อ กกต.ให้ยุบพรรค ภท. กรณีเงินบริจาคพรรคการเมืองว่า ยืนยันพรรคทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ยอดเงินบริจาคพรรคตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบันอยู่ที่ 355,033,639 บาท ทั้งหมดบริจาคเป็นเงินสด บางส่วนบริจาคเป็นทรัพย์สิน ต้องลงทะเบียนแล้วแจ้งต่อ กกต. ที่นายชูวิทย์อ้างถึงความเชื่อมโยงพฤติการณ์นอมินีถือหุ้นแทนนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เข้าข่ายความผิด มาตรา 72 อาจนำไปสู่การยุบพรรคนั้น บริษัทดังกล่าวทำถูกต้องตามกฎหมาย แหล่งเงินที่นำมาบริจาค พรรคภูมิใจไทยมีหน้าที่ตรวจสอบให้ครบถ้วน ส่วนจะเป็นนอมินีใครเราไม่มีหน้าที่ไปพิจารณา จึงไม่มีเหตุต้องทำให้ยุบพรรคได้

“บิ๊กป้อม” บอกลง ส.ส.ดีทั้งนั้น

ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กทม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆถึงกรณีหาก พล.อ.ประยุทธ์ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับ 1 โดย พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า ใครลงปาร์ตี้ลิสต์ ผู้สื่อข่าวตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตรตอบว่า การลงก็ดีทั้งนั้น ใครก็ลงทั้งนั้น ทุกคนก็ลง เมื่อถามว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ ลงเป็นทางเลือกที่ดีใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรเพียงแต่ยิ้มกว้างๆไม่ได้ตอบคำถาม จากนั้นเลี่ยงกลุ่มผู้สื่อข่าวไปทันที ต่อมา พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับ 1 พรรค พปชร.ว่า รอให้ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาก่อน เมื่อถามว่า การลง ส.ส.บัญชีรายชื่อจะเป็นการปูทางเป็นนายกฯในระบอบประชาธิปไตย หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ขึ้นอยู่กับประชาชน เมื่อถามว่าจะเป็นจุดขายให้กับพรรคได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้

เปิบข้าวเที่ยงกับก๊วน ภท.รอบ 2

ต่อมาเวลา 12.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรค ภท. และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี รองหัวหน้าพรรค ภท. เข้าพบ พล.อ.ประวิตร ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด มีแกนนำพรรคพปชร. อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค พปชร. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายรงค์ บุญสวยขวัญ กรรมการบริหารพรรค และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพปชร.ร่วมโต๊ะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ทั้งนี้นับเป็นการรับประทานอาหารร่วมกันเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเพิ่งรับประทานกันไปเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่นายอนุทินยอมรับชัดเจนว่ามีการพูดคุยดีลจับมือขั้วการเมืองใหม่เรียบร้อยแล้ว

คุยสูตรรัฐบาล 4 พรรคไร้ รทสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างรับประทานอาหารเป็นการคุยกันเรื่องจับมือตั้งรัฐบาล คำนวณตัวเลข ส.ส.ที่แต่ละพรรคจะได้โดยพรรค พปชร.จะได้ 70 ที่นั่ง ภท.จะได้ 70 ที่นั่ง เป็น 140 ที่นั่งบวกกับพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และพรรค ปชป. จะได้เกิน 203 ที่นั่ง สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และไม่ใช่เสียงข้างน้อย เพราะมีเสียงของ ส.ว.ด้วยส่วนหนึ่ง ขณะที่ พล.อ.ประวิตรบอกว่า เรื่องการเป็นนายกฯถ้าคะแนนใครชนะเอาไปเลย ส่วนพรรคที่ได้ 25-30-40 เสียง จะมาเอาไม่ให้ คนที่ได้คือเรากับหนู (นายอนุทิน) ทำให้นายอนุทินที่ฟังอยู่ยิ้มออกมาก่อนพูดทำนองว่า “ถ้าอาจะเอา เอาไปก่อน”

นอกจากนี้ยังประเมินกันว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ไม่เกิน 170 ที่นั่ง ทั้งนี้ นายเนวิน ชิดชอบ ผู้สนับสนุนพรรค ภท.ได้ประสานขอมาร่วมรับประทานอาหารกับ พล.อ.ประวิตรในโอกาสต่อไปด้วย

นำทัพเบอร์ 1 ปาร์ตี้ลิสต์ พปชร.

ที่พรรค พปชร. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคว่า รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ครบแล้ว 100 คน ลำดับที่ 1 คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลำดับ 2 ตามธรรมเนียมน่าจะเป็นชื่อตนในฐานะเลขาธิการพรรค และจะปรับผู้สมัคร ส.ส.ที่ไม่ได้ลงสมัคร ส.ส.เขตนั้น ในแต่ละพื้นที่แต่ละภาคมาไว้ที่ส่วนกลาง จากนั้นพรรคจะดูความเหมาะสมว่าจะดันขึ้นบัญชีรายชื่อได้หรือไม่ ส่วนแคนดิเดตนายกฯยังเป็น พล.อ.ประวิตรคนเดียว ส่วนผู้สมัคร ส.ส.เขตได้ครบทั้ง 400 เขต บางเขตที่ผู้สมัครเกินวันที่ 22 มี.ค.จะได้ข้อสรุป

หวังกวาดบัญชีรายชื่อ 20 เก้าอี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินลำดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในโซนปลอดภัยต้องอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ นายสันติตอบว่า ประมาณลำดับที่ 20 เพราะครั้งที่แล้วพลังประชารัฐได้คะแนนรวม 8 ล้านเสียงครั้งนี้แคนดิเดตนายกฯคนเก่าไปอยู่พรรคอื่นแล้ว ประมาณว่าได้สัก 6 ล้านเสียง มั่นใจจากเสียงสะท้อนที่ลงพื้นที่ รวมถึงโพลที่เชื่อถือได้ที่ระบุว่าจะได้ 6 ล้านเสียง และยืนยันเป้าหมาย ส.ส.ทั้งหมดยังตั้งเอาไว้ที่ 150 ที่นั่งเหมือนเดิม ส่วนทีมเศรษฐกิจพรรคไม่ได้คุย เรามีอดีต รมว.คลัง 2 คน รมช.คลัง 2 คน เป็นอดีต 1 คน และปัจจุบัน 1 คนคือตน

“ธรรมรักษ์” เสริมทัพลุยอีสาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเดือน ก.พ. พล.อ.ประวิตร ได้มอบหมายคนใกล้ชิดทาบทาม พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าร่วมงานกับพรรค พปชร.เพื่อช่วยสู้ศึกเลือกตั้ง ล่าสุด พล.อ.ธรรมรักษ์ ตอบรับที่จะมาช่วยงานดูแลพื้นที่อีสานโดยเฉพาะอีสานใต้ จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ร่วมกับ พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร กรรมการบริหารพรรค โดย พล.อ.ประวิตร จะเปิดตัว พล.อ.ธรรมรักษ์ ในวันที่ 23 มี.ค. ที่พรรคพลังประชารัฐ

“สุพัฒนพงษ์” นำทีม ศก. รทสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค รทสช.ว่า วันที่ 23 มี.ค. เวลา 13.00 น. พรรค รทสช.เตรียมแถลงเปิดตัวทีมเศรษฐกิจของพรรค โดยเป็นระดับบิ๊กเนม มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและ รมว.พลังงาน และ ม.ล.ชโยทิต กฤดากร ผู้แทนการค้าไทย และหัวหน้าทีมปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ ช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมือง พรรค รทสช.จะประชุมคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค ส่วนวันที่ 25 มี.ค.พรรคจะประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 และสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก่อนเปิดตัวทั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อและเขตทั้งหมด และนโยบายพรรค พร้อมเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี มี พล.อ.ประยุทธ์ เข้าร่วมด้วย

ปชป.เปิดนโยบายฟื้น กทม.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงนโยบาย กทม. ว่า 4 ปีก่อนพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ ส.ส. กทม.แม้แต่คนเดียว แต่ปัญหา กทม.อาทิ ฝุ่น PM2.5 การศึกษา การขนส่งสาธารณะยังไม่ได้รับการแก้ไข พรรคประชาธิปัตย์อาสามาแก้ให้ จะผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด แก้ไขฝุ่น PM2.5 ให้พื้นที่ 16 เขตชั้นในเป็นเขตมลพิษต่ำ ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ บังคับใช้กฎหมายไม่อะลุ่มอล่วย แต่ให้โบนัสกับผู้ช่วยลดฝุ่นพิษ ลดหย่อนภาษีให้ หากใครสร้างมลพิษจะเพิ่มจัดเก็บภาษี เพื่อดูแลผู้รับผลกระทบ นอกจากนี้มีนโยบายเดลต้าเวิร์ค ไทยแลนด์ ป้องกันน้ำท่วม กทม. ผลักดันโครงการป้องกันน้ำทะเลหนุน บูรณาการระบบป้องกันน้ำท่วม โดยใช้ดาวเทียม ไม่ได้ช่วยแค่ กทม. แต่ช่วยพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด การเพิ่มค่าครองชีพให้ผู้กู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จาก 3,000 บาท เป็น 6,000 บาท การสนับสนุนการเดินทางขนส่งสาธารณะ ให้รัฐบาลซื้อตั๋วรถไฟฟ้าล่วงหน้า นำส่วนต่างจากการลดราคามาให้ประชาชน

โอ่หยุดรวยกระจุกจนกระจาย

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตหลักสี่ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยึดนโยบายตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่เอากัญชา ทำลายยาบ้ายาเสพติด จะเอาจริงเอาจังเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีบทลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่เกี่ยวข้องยาเสพติด จะพัฒนาการบำบัดรักษาให้คนติดยาเสพติดน้อยลง ส่วนการทุจริตจะผลักดันให้มีบทลงโทษสูงสุดคือ โทษประหารชีวิต ขณะที่ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. กล่าวว่า จะพัฒนานโยบายสร้างเงิน โดยการเพิ่มประสิทธิภาพตัวสินค้า และความคิดสร้างสรรค์ ที่เป็นต้นทุนสำคัญ เปลี่ยนกระทรวงวัฒนธรรมเป็นเกรดเอ ขับเคลื่อนการสร้างโอกาสให้ประเทศไทย ด้วยนโยบายกองทุนไอเดีย 10,000 ล้านบาท นำไปพัฒนาทุนมนุษย์ ทำมหาวิทยาลัยทุกช่วงวัย เพิ่มทักษะให้นักศึกษาเข้าถึงแหล่งเงินทุน ส่งออกวัฒนธรรมไทยผ่านอุตสาหกรรมบันเทิง การเปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเท่าเทียม เปลี่ยนวลี “รวยกระจุก จนกระจาย” เป็น “หยุดจน รวยกระจาย”

“วิฑูรย์” กลับตายรัง ปชป.

วันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีต ส.ส.อุบลราชธานี 6 สมัย เดินทางเข้าพบนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อกลับมาเป็นสมาชิกพรรคอีกครั้ง หลังจากที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ นายวิฑูรย์กล่าวสั้นๆว่า การกลับมาครั้งนี้มีความมั่นใจจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีที่นั่ง ส.ส.ภาคอีสานเพิ่มขึ้นได้แน่นอน

ปลาไหลฝันปักธงอีสานเพิ่ม

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคชาติไทยพัฒนาหลังการยุบสภาว่า เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ในวันที่ 31 มี.ค.นี้ จะประชุมใหญ่พรรคเลือกกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม ขณะนี้พรรคอยู่ระหว่างการจัดลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ต้องหารือผู้ใหญ่ในพรรคใครจะอยู่ลำดับใด ตั้งเป้าจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ต่ำกว่า 5 ที่นั่ง ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 24-27 มี.ค. จะเดินทางทัวร์ภาคอีสานที่ จ.กาฬสินธุ์ ยโสธร ตั้งเป้าปักธงภาคอีสานให้ได้เพิ่มเติม หลังจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้ 1 ที่นั่งคือ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ส่วนจะสู้กระแสแลนด์สไลด์พรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชน พรรคชาติไทยพัฒนาเชื่อมั่นนโยบายแก้รัฐธรรมนูญ การพลิกโฉมการเกษตร ที่เป็นแนวทางยั่งยืน ไม่ฉาบฉวย จะจูงใจประชาชนได้ ส่วนที่พรรครวมไทยสร้างชาติ วางตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 นั้น เป็นสิทธิของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นกำลังใจให้ พล.อ.ประยุทธ์

เสรีรวมไทยโชว์ปฏิรูปราชการ

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่พรรคเสรีรวมไทย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย แถลงเปิดนโยบายการ เมืองชุดที่ 4 “การเร่งปฏิรูปราชการ” ว่า พรรคเสรีรวมไทยมีแนวทางการปฏิรูประบบราชการใน 4 เรื่อง ได้แก่ 1.การยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างการดำเนินการจะให้แก้องค์ประกอบของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เอาทหารและข้าราชการออกให้หมดหรือเหลือให้น้อยที่สุด 2.การลดเวลาทำงานเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ ทำงานวันละ 10 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ไม่มีค่าล่วงเวลา แต่เพิ่มวันบริการประชาชนเป็น 6 วันทำการ โดยใช้ระบบสับเปลี่ยนหมุนเวียนทำงาน 3.ใช้ระบบ Digital payment ในทุกบริการของรัฐ รวมทั้งการชำระค่าบริการ ค่าปรับต่างๆเพื่อความรวดเร็ว ความสะดวกให้ประชาชน ลดปัญหาการคอร์รัปชัน 4.การเร่งบรรจุลูกจ้างทุกประเภทให้เป็นข้าราชการ คืนสิทธิสวัสดิการของข้าราชการและพนักงานของรัฐให้เท่าเทียมกัน

ทสท.หนุนเลิกเกณฑ์ทหาร

น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยสนับสนุนการยกเลิกจับใบดำใบแดง เปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ งบกองทัพที่ใช้สำหรับทหารเกณฑ์ปัจจุบันปีละ 16,000 ล้านบาท เฉลี่ยคนละ 12,000 บาทต่อเดือน หากหักค่าอาหาร ค่าจิปาถะอื่นๆ พลทหารจะเหลือเงินคนละ 3,000-7,000 บาทต่อเดือน คนที่ไม่สมัครใจแต่ต้องไปเกณฑ์ทหารถือเป็นการบังคับ ทำให้เสียอิสรภาพ เสียสิทธิการทำงานเลี้ยงครอบครัว 2 ปี กองทัพควรปรับลดจำนวนพลทหารให้เพียงพอต่อความจำเป็น หากนำงบประมาณเกณฑ์ทหารลดทอนงบที่ไม่จำเป็น เปลี่ยนเป็นสวัสดิการเพิ่มงบประมาณให้ผู้สมัครใจเป็นพลทหาร จะสร้างแรงจูงใจให้คนมาสมัครเพิ่มขึ้น

พท.เตรียมโชว์ขุนพล กทม.

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม.พรรค พท. พร้อมด้วย น.ส.สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. แถลงการณ์เตรียมตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ในวันที่ 24 มี.ค. นายวิชาญกล่าวว่า เราใช้แคมเปญ “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนกรุงเทพฯ” แสดงวิสัยทัศน์ใหม่เพื่อประเทศไทยและกรุงเทพฯ 4 ด้าน และนโยบายใหม่ 10 ด้าน เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครที่สเตเดียมวัน ซอยจุฬา 6 ตั้งแต่เวลา 17.30-19.30 น. รับฟังปัญหาของประชาชนเพื่อนำไปจัดทำนโยบายและคงไม่มีเปลี่ยนตัวผู้สมัครอีกแล้วยกเว้นแต่มีเหตุจำเป็นสุดวิสัย ตอนนี้ลงตัวหมดแล้ว เมื่อถาม น.ส.สกาวใจว่า ยังมั่นใจว่ามาเพื่อชนะอยู่หรือไม่เนื่องจากการปรับพื้นที่ทำให้อาจมีเวลาลงพื้นที่น้อยลง น.ส.สกาวใจตอบว่า มั่นใจ 100% มั่นใจแน่นอน ไม่ต้องห่วงเลย แค่จะเหนื่อยขึ้นที่จะต้องอธิบายให้ประชาชนได้รับรู้ว่าเขตของเรา และแขวงที่เราลงอยู่ตรงไหนบ้าง เราลงพื้นที่ทุกวันเราสู้เต็มที่ กระแสตอบรับที่เปลี่ยนมาเป็นพื้นที่ลาดพร้าว-บึงกุ่มก็ค่อนข้างดี และต้องทำการบ้านค่อนข้างหนักเพราะยังไม่คุ้นชิน เราพร้อม เราทำด้วยใจ การลงมาทำงานครั้งนี้สิ่งที่ได้คือประชาชน

“ทักษิณ” เฉ่ง กกต.ศรีธนญชัย

ช่วงค่ำวันที่ 21 มี.ค. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊ก แคร์ คิด เคลื่อนไทย หัวข้อ เติมเงินครั้งใหญ่ คนไทยไร้จน! ไม่จกตาแน่นะวิ? ว่า กรณีนายกฯยุบสภา จริงๆเขาอยากอยู่ครบเทอม แต่ข้อกฎหมายการย้ายพรรคต้อง 90 วันขึ้นไป โดยเฉพาะพรรค รทสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เอาคนจากพรรคอื่นมาอยู่ทั้งนั้น ต้องมีการยุบย้ายพรรคด้วยการยุบสภาจะได้ไม่มีใครตกรถ กกต.แบ่งเขตเละเทะมาก อย่างกทม.มีตั้ง 5-6 แขวง ศรีธนญชัยยังอายแต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยวันที่ 14 พ.ค. ได้ลงคะแนนกันแล้ว แต่ที่มั่วหนักกว่านั้นคือเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์เขตอีกเบอร์หนึ่งต้องไปเลือกเอาเอง

ฟุ้ง 3 แคนดิเดต พท.คนละแบบ

ช่วงหนึ่งผู้ดำเนินรายการถามว่า เวลานี้เป็นห่วงอะไร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยบ้าง นายทักษิณตอบว่า น.ส.แพทองธาร เห็นการเมืองตั้งแต่ 8 ขวบ รู้อะไรแต่ละขั้นตอนคุยกันทุกวัน ที่ห่วงคือสุขภาพเวลานี้ท้องแก่ไม่ให้เดินทางไกล แต่ดีว่าเลือกตั้ง 14 พ.ค.คลอดก่อน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯกับตนดีเอ็นเอใกล้เคียงกัน ส่วนลูกสาวได้ดีเอ็นเอแม่ ลูกสาวคาแรกเตอร์ต่างกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ของเขาคือ เป็นคนรุ่นใหม่ โผงผาง โกหกไม่เป็น ตอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงเลือกตั้งนั้น ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ แต่ตอนนี้ดีเอ็นเอทักษิณคิด ดีเอ็นเอทักษิณไปทำ พรรคเพื่อไทยก็ไปทำ ส่วนนายเศรษฐา ทวีศิลป์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ทุกคนมองเขาว่า เหมือนตอนที่ตนเข้ามาใหม่ๆทำงานมีเป้าหมายชัดเจนตรงเป็นขวานผ่าซาก เหมือนตอนที่ตนเข้าพรรคพลังธรรมแรงอย่างเดียวกัน เชื่อว่าแคนดิเดตของเพื่อไทยทั้ง 3 คน ใครก็เป็นได้ เพราะใครเป็นนายกฯอีก 2 คน ต้องช่วย 3 คนนี้คนละคาแรกเตอร์ชำนาญคนละแบบ ใครจะเป็นนายกฯปกติจะแย่งกันแต่นี่ต่างคนต่างเสียสละให้กัน

แนะ “ลุงตู่” ทำใจเย้ย “ลุงป้อม” แก่

เมื่อถามว่า หากพรรค พท.ชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์ อาจทำให้โอกาสเป็นนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ยากขึ้น นายทักษิณตอบว่า งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ก็กลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายให้มีความสุข ท่านเองไม่ใช่แค่เรื่องอายุ ไม่ใช่ว่าท่านไม่ดี แต่วิธีคิดและวิธีการทำงานพาประเทศไปยาก ขอให้ท่านไปใช้ชีวิตในบั้นปลายกับครอบครัวดีกว่า เมื่อถามว่า โอกาสการจับมือกับพรรค พปชร.นายทักษิณตอบว่า น่าจะยากเพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ วันก่อนไป จ.เชียงใหม่ ต้องยกขึ้นยกลงจากเวที แกคงต้องพักผ่อนแล้วลูกน้องก็อยากค้ำแกไว้ เพื่อไว้เกาะทำมาหากิน สงสารแกต้องพักได้แล้วสังขารมันไม่ได้แล้ว จะมานั่งทำงานให้ประเทศไม่ไหวแล้ว วันนี้ประชาชนบอกเดี๋ยวเลือกให้เอง ไม่ต้องไปรบกวน ส.ว.หรอก ที่มีการโยงคอนเนกชันระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ นั้นคุณหญิงกับ พล.อ.ประวิตร รู้จักกันแต่ไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้น คุณหญิงไม่ยุ่งการเมืองเลย

เชื่อ“สมศักดิ์-สุริยะ” ไร้พิษภัย

เมื่อถามอีกว่า กรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน กับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มาอยู่เพื่อไทย นายทักษิณตอบว่า ต้องเข้าใจว่า เมื่อก่อนการเมืองมันแล้งทุกคนต้องดิ้นเอาตัวรอด ถ้าดิ้นเอาตัวรอดแล้วไม่เป็นพิษเป็นภัยกับเพื่อไทย เราพร้อมจะรับ ยินดีรับไม่มีปัญหา ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ใครเคยทำงานกับตนเขาจะบี้เอาจนตาย

งงก้าวไกลเหมือน ปชป.ขึ้นทุกวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนหนึ่งนายทักษิณได้วิพากษ์วิจารณ์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าว่า งงมากนายธนาธร ยังโจมตีเพื่อไทย ที่คนบอกว่า ก้าวไกลเหมือนประชาธิปัตย์ ก็จะชักจะเหมือนขึ้นทุกวัน โดยการวิจารณ์ดังกล่าว น่าจะมาจากการให้สัมภาษณ์ของนายธนาธรก่อนหน้านี้ที่ระบุถึงพรรคการเมืองว่า “พรรคนี้ไปซื้อบ้านใหญ่ ตระกูลบ้านใหญ่นี้จังหวัดนี้ จะไปอยู่พรรคไหน กระโดดกันไปมา ดูถูกประชาชนมาก บางทีอยู่ขั้วรัฐบาลสนับสนุนรัฐประหาร กระโดดกลับมาอีกฝั่ง บางทีอยู่ฝั่งไม่สนับสนุนจะย้ายไปอยู่ฝั่งเผด็จการทหารจำแลง เหมือนไม่มีอุดมการณ์อะไรเลย เหลือเชื่อมากๆนี่มันเป็นความล้มเหลวทางสามัญสำนึกเลย คุณจะไม่เห็นพรรคก้าวไกลไปอยู่ในสนามแบบนั้น”

“ชลน่าน” รีบปัด “ทักษิณ” ครอบงำ

ที่ จ.นนทบุรี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค พท.กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณระบุว่า แคนดิเดตนายกฯครบทั้ง 3 คนแล้วว่า เป็นเพียงแค่แสดงความคิดเห็น ไม่ใช่ถือว่าเป็นการพูด เพราะเดี๋ยวจะมีคนนำไปตีความว่าเป็นการครอบงำพรรค แต่แคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย จะนำเข้าสู่คณะกรรมการบริหาร วันที่ 5 เม.ย.นี้ ก็คงเป็นเพียงแสดงความคิดเห็นว่า มีความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป ไม่ใช่เป็นการคาดการณ์ว่าจะเป็นเช่นนั้น เป็นแค่การวิเคราะห์ความรู้ ความสามารถ ของแต่ละบุคคล

“อุ๊งอิ๊ง” กระเตงท้องบุกนนทบุรี

ต่อมาที่ตลาดสดเทศบาลนนทบุรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายพานทองแท้ ชินวัตร พี่ชาย น.ส.แพทองธาร พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัครส.ส.นนทบุรี 8 เขต ลงพื้นที่พบพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดสดเทศบาลนนทบุรี จัดปราศรัยใหญ่ที่ตลาดท่าน้ำนนท์ น.ส.แพทองธารปราศรัยว่า ขออุ้มท้อง 8 เดือน มาการันตีว่า พรรคเพื่อไทยจะทำให้ประชาชนกลับมาอยู่ดีกินดีอีกครั้ง ขอให้แลนด์สไลด์ทั้งคนและพรรค

“โรม” แปลกใจเจอคนไกลแซะ

ช่วงเย็น นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีนายทักษิณพูดพาดพิงระบุว่า ก้าวไกลชักจะเหมือนประชาธิปัตย์ขึ้นทุกวันนั้น ค่อนข้างแปลกใจในปฏิกิริยาของนายทักษิณ นายธนาธรวิจารณ์เรื่องบ้านใหญ่ไม่ได้หมายถึงนายทักษิณ สิ่งที่นายธนาธรวิจารณ์ก็เป็นเรื่องของการเมืองบ้านใหญ่ ดูดบ้านใหญ่ต่างๆวิจารณ์ได้ ถ้ามามองว่าเราเหมือน ปชป. คิดว่าไม่เหมือน ก.ก.ทำงานการเมืองแตกต่างจากทุกพรรค เราทำงานตรงไปตรงมา พูดแบบไหนเราทำแบบนั้น ไม่ใช่พรรคที่เน้นดูดนักการเมืองจากบ้านใหญ่เพื่อหวังชัยชนะ แต่เชื่อมั่นบนพื้นฐานของอุดมการณ์ซื่อสัตย์กับตัวเอง ไม่ใช่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามฝนฟ้า ดิน เดี๋ยวบางวันอยู่กับเผด็จการเดี๋ยวบางวันอยู่กับอีกฝั่งหนึ่ง ไม่อยากเดาความคิดนายทักษิณ เมื่อถามว่ารู้สึกแปลกใจหรือไม่ที่นายทักษิณออกมาแซะแรงใส่พันธมิตรอย่างก้าวไกลแต่กลับไม่วิจารณ์แรงใส่ขั้วตรงข้ามอย่างเช่น พล.อ.ประวิตร นายรังสิมันต์ตอบว่า อาจยังไม่สามารถพูดไปถึงขนาดนั้นได้เพราะไม่ได้ดูการสัมภาษณ์นายทักษิณทั้งหมดว่า พูดอะไรวิจารณ์ใครบ้าง แต่เรื่องที่พาดพิงพรรคก้าวไกล ขออธิบายตามที่ได้อธิบายไปแล้ว

ก้าวไกลเปิด 7 ขุนพลเศรษฐกิจ

ที่พรรคก้าวไกล มีการแถลงข่าวเปิดตัวทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล 7 คน ได้แก่ นายวีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล นายวรภพ วิริยะโรจน์ นายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร นายเดชรัต สุขกำเนิด และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจของพรรคคือ การให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างเป็นธรรม ดอกผลการพัฒนาต้องถูกกระจายอย่างเป็นธรรม น.ส.ศิริกัญญาได้ประกาศวาระพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย อาทิ การงัดข้อระบบราชการ ปรับปรุงกระบวนการต่างๆในการประกอบธุรกิจให้สะดวกยิ่งขึ้น การปรับโครงสร้างกระทรวง ยุบควบรวมหน่วยงานรัฐตอบโจทย์การพัฒนาประเทศด้วยการแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ให้การทำงานภาครัฐตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ จะเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยให้ไม่เหมือนเดิม เติบโตไปสู่อนาคต

ราษฎรจี้ฝ่าย ปชต.หยุดทะเลาะกัน

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร แถลงจุดยืนกลุ่มราษฎรต่อการยุบสภาและการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 14 พ.ค.2566 ว่า แม้วาระรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลง แต่ประชาชนอย่าวางใจ การต่อสู้ของฝ่ายประชาธิปไตยต้องดำเนินต่อไป ฝ่ายประชาธิปไตยต้องยึดกุม ประกาศชัยชนะอย่างท่วมท้นเหนือฝ่ายเผด็จการให้ได้เสียงข้างมาก ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล กลุ่มราษฎรขอเปิดตัว กิจกรรมรณรงค์ “โหวตเพื่อเปลี่ยน” จึงขอแสดงจุดยืนดังนี้ 1.การเลือกตั้งต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม 2.ขอเรียกร้องพรรค การเมืองฝ่ายประชาธิปไตยเดินหน้าร่วมกัน เอาชนะฝ่ายเผด็จการผ่านการเลือกตั้ง ผนึกกำลังพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเป็นเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล 3.หลังการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันของฝ่ายประชาธิปไตย รัฐบาลต้องเดินหน้าสู่การปฏิรูปทุกองคาพยพ ทั้งการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเมือง กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ กลุ่มราษฎรจะเดินหน้าผลักดันตามข้อเรียกร้องทุกข้อที่ประกาศที่ ม.ธรรมศาสตร์ เมื่อเดือน ก.ย.2563 พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยทุกพรรคต้องหยุดทะเลาะกัน จับมือกันชนะเลือกตั้ง เดินหน้าสู่การปฏิรูปโครงสร้างทุกระดับ

ไทยรัฐโพลชี้ “อุ๊งอิ๊ง” นำโด่ง

วันเดียวกัน ไทยรัฐโพลได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่าง 160,852 ราย ในทุกกลุ่มช่วงอายุประชาชน ผ่านทุกช่องทางของไทยรัฐออนไลน์ และไทยรัฐทีวี ระหว่างวันที่ 23 ก.พ.-14 มี.ค.2566 ในหัวข้อจะเลือกแคนดิเดตคนใดเป็นนายกรัฐมนตรีพบว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้คะแนนอันดับหนึ่ง 24.43% ตามด้วย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล 21.58% พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 12.8% พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 9.89% นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย 9.37% และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย 8.8% ส่วนหัวข้อจะเลือก ส.ส.เขตจากพรรคใดนั้น อันดับ 1 เป็น ส.ส.เพื่อไทย 32.55% อันดับ 2 พรรคก้าวไกล 22.09% อันดับ 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ 11.37% อันดับ 4 พรรคพลังประชารัฐ 10.85% ตามด้วยพรรคไทยสร้างไทย 7.9% และพรรคภูมิใจไทย 6.13%

เพื่อไทยแชมป์ปาร์ตี้ลิสต์

ส่วนคำถามที่ว่าจะเลือก ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จาก พรรคใด พบว่าอันดับ 1 ได้แก่ พรรคเพื่อไทย 31.47% อันดับ 2 พรรคก้าวไกล 23.34% อันดับ 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ 11.46% อันดับ 4 พรรคพลังประชารัฐ 10.27% อันดับ 5 พรรคไทยสร้างไทย 7.79% อันดับ 6 พรรคภูมิใจไทย 6.08% ทั้งนี้ ไทยรัฐโพล : เลือกตั้ง ‘66’ จะจัดทำขึ้นทั้งหมด 3 ครั้งก่อนถึงวันเลือกตั้ง โดยการสำรวจรอบนี้เป็นการสำรวจครั้งที่ 2 และจะติดตามคะแนนความนิยมของคนไทยที่มีต่อพรรคการเมือง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่อาจเปลี่ยนไปในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อนำเสนอความเห็นของประชาชนคนไทยผ่านทุกช่องทางของไทยรัฐออนไลน์ และไทยรัฐทีวี

คุณกำลังดู: เช้าพบ "บิ๊กตู่" เที่ยงซบ "บิ๊กป้อม" อนุทิน ขาขวิด เหยียบเรือ 2 แคม

หมวดหมู่: การเมือง

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด