จ่อไล่ออก 2 สว.ตม. แก๊งอุ้มรีดจีน มี ร.ต.ท.-ด.ต.ร่วมด้วย อีกคดีจับเรียกค่าไถ่

จ่อไล่ออก 2 สว.ตม. แก๊งอุ้มรีดจีน มี ร.ต.ท.-ด.ต.ร่วมด้วย อีกคดีจับเรียกค่าไถ่

จ่อหมายจับตำรวจ ตม. 4 นาย ระดับ สว. 2 ร.ต.ท. 1 และ ด.ต. 1 หลังพัวพันคดีอุ้มหนุ่มใหญ่ชาวจีนและล่ามรีดเงินร่วม 2 ล้านบาท “บิ๊กโจ๊ก” เผยหากพบความผิด ผบ.ตร. สั่งไล่ออกทั้งหมด ส่วนอีกคดีตำรวจระดมกำลังไล่ล่าแก๊งเรียกค่าไถ่ภรรยาและพี่ชายนักธุรกิจชาวจีนโดนอุ้มที่ตัวเมืองพัทยา ตรวจพบรถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ ต้องสงสัยพาเหยื่อหลบหนี คนร้ายสับขาหลอกเปลี่ยนสถานที่เจรจา ขณะนี้ยังไม่ปล่อยตัวประกัน

จากคดี น.ส.นามี แซ่ลี อายุ 38 ปี หญิงไทยอาชีพล่ามแปลภาษาจีน เข้าแจ้งความที่ สน.ดินแดง ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ลักษณะคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5-6 นาย อุ้มขึ้นรถไปพร้อมกับนายฉี (นามสมมติ) อายุ 62 ปี นายจ้างชาวจีน เหตุเกิดที่ถนนประชาสงเคราะห์ซอย 2 แขวงและเขตดินแดง กทม. กลุ่มคนร้ายรีดทรัพย์นายฉีเป็นเงิน 60,000 USDT เป็นสกุลเงินดิจิทัล หรือกว่า 2 ล้านบาท แต่ต่อรองเหลือ 30,000 USTD และให้ลูกชายนายฉีที่ประเทศจีน โอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน Imtoken ก่อนนำทั้งคู่มาปล่อยกลับที่จุดเดิม เหตุเกิดวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 21 มี.ค. ที่ สน.ดินแดง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.นราวุฒิ รักษาวงศ์ ผกก.สน.ดินแดง เรียกประชุมฝ่ายสืบสวน หลังพบหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ จับภาพชาย 2 คน ลักษณะคล้ายตำรวจระดับสารวัตร สังกัดสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเป็นผู้ร่วมก่อเหตุ ก่อนประสาน น.ส.นามี แซ่ลี อายุ 38 ปี ผู้เสียหายมาที่โรงพักเพื่อชี้รูปและให้การเพิ่มเติม

ต่อมา เวลา 02.00 น. ชุดคลี่คลายคดีลงพื้นที่ย่านดอนเมืองและถนนแจ้งวัฒนะ เชิญตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัย 5 รายมาให้ปากคำที่ สน.ดินแดง มีตำรวจชั้นสัญญาบัตร สังกัด บก.ตม.1 รวมอยู่ด้วย อย่างไรก็ตามแนวทางการทำงานขณะนี้เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 รายไปแยกสอบปากคำ ทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้ก่อเหตุที่เป็นตำรวจทั้ง 4 นาย ประกอบด้วย พ.ต.ต.สรวิศ อินทร์ลับ พ.ต.ต.จิรภัทร บุญนำ ทั้ง 2 นาย สังกัดสารวัตร ตม.1 ร.ต.ท.สุริยะ รุกขชาติ และ ด.ต.พีระศักดิ์ ยิ้มไพบูลย์ สังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขณะนี้ตำรวจ 3 นายเข้าพบผู้บังคับบัญชาแล้ว อยู่ระหว่างการซักถาม เหลืออีก 1 นายที่ยังไม่มาคือ พ.ต.ต.จิรภัทร

ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นความผิดที่ชัดเจน ผบ.ตร.สั่งการให้ดำเนินคดีกับทุกนายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถือเป็นความผิดที่ร้ายแรง เสื่อมเสียวงการตำรวจ สั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง รวบรวมหลักฐานเสนอศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ขอออกหมายจับตำรวจ 4 นายในวันนี้ ประกอบด้วยสารวัตรสังกัด ตม. 2 นาย สัญญาบัตร 1 นาย และชั้นประทวนอีก 1 นาย ส่วนที่เหลือชั้นประทวนอีก 2 นาย รวมถึงคนชี้เป้าอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับเช่นกัน

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการทางวินัย ผบ.ตร.จะมีคำสั่งไล่ออกเจ้าหน้าที่ผู้กระทำความผิดทั้งหมด ส่วนความผิดทางอาญาให้ดำเนินคดีโดยชัดเจน และตนยังพูดคุยกับ ผบช.สตม.ในฐานะต้นสังกัดของผู้ก่อเหตุ มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ผู้บังคับบัญชาในระดับผู้บังคับการและผู้กำกับการของตำรวจ ตม.ที่กระทำความผิด ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบกับกรณีที่เกิดขึ้น เพราะการกระทำความผิดของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไม่ได้เกิดเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ดำเนินคดีกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 107 นาย ที่เอื้อประโยชน์ต่อวีซ่าให้กับกลุ่มนายทุนจีน ในส่วนตัวมองว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทุกวันนี้ มีภาคประชาชนคอยตรวจสอบ เมื่อพบการกระทำความผิดที่มีพยานหลักฐาน ต้องว่ากันไปตามกฎหมายโดยไม่ละเว้นและไม่ช่วยเหลือ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยังกล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีการขยายผลแก๊งอุ้มชาวจีนที่เกิดบ่อยครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ สน.ทองหล่อ, สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี และล่าสุดที่ สน.ดินแดง จากการสืบสวนพบว่า ผู้ก่อเหตุไม่มีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกัน ส่วนชาวจีนที่ถูกอุ้มจะต้องมาสืบสวนขยายผลว่าทำธุรกิจหรือกระทำผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะผู้รักษากฎหมาย ไม่มีสิทธิที่จะใช้ช่องโหว่ดังกล่าวไปจับกุมบุกอุ้มเพื่อขู่กรรโชกรีดทรัพย์โดยผิดกฎหมาย

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน มีรายงานว่า 1 ในเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น 1 ในแก๊งอุ้มรีดชาวจีนและล่ามสาวชาวไทย เปิดเผยกับสื่อมวลชนผ่านโทรศัพท์มือถือถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีอะไรอยากชี้แจง ยืนยันว่าไม่ได้ทำตามที่กล่าวหา แต่ยอมรับว่าเป็น 1 ในชุดที่เข้าไปจับกุม ในวันดังกล่าวรับแจ้งมีชายชาวจีนอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือโอเวอร์สเตย์ แต่เมื่อไปตรวจสอบแล้วพบว่ามีบัตรประชาชนไทย จึงไม่ดำเนินคดีและปล่อยตัวไป ยืนยันไม่ได้เรียกเงินตามที่ถูกกล่าวหาและปฏิเสธ กรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า มีเงินจากจีนโอนเข้าบัญชี ของตำรวจ ยืนยันว่าไม่ได้รับเงิน ยอมรับรู้สึกกังวลว่าจะมีคำสั่งไล่ออกจากราชการ แต่พร้อมจะต่อสู้คดี ขณะนี้ถูกผู้บังคับบัญชาควบคุมตัวไว้อยู่ที่ต้นสังกัด ขณะที่นายตำรวจยศ พ.ต.ต. 1 ในชุดที่ถูกกล่าวหารับสายทางโทรศัพท์ แต่ไม่สะดวกให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน

ส่วนคดี น.ส.เซิน เหยียน อายุ 33 ปี และนายเหยียน ซิน อายุ 50 ปี เป็นภรรยาและพี่ชายนายหม่า หมิงชุน อายุ 33 ปี นักธุรกิจชาวจีน ถูกชายฉกรรจ์ชาวจีนไม่ทราบจำนวน ก่อเหตุลักพาตัวไปพร้อมกับรถนิสสัน เทอร์ร่า สีดำ ทะเบียน จธ 1856 ชลบุรี ขณะขับไปส่งลูกชายวัย 3 ขวบ ที่โรงเรียนนานาชาติมูลตรีภักดี หลังขับรถออกจากโรงเรียนมาได้เพียงไม่ถึง 3 กม. ภายในซอยชัยพรประนิมิตร 21 หมู่ 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี คนร้ายขี่รถ จยย.ฮอนด้า เอ็มเอสเอ็กซ์ ไม่ติดทะเบียน วิ่งปาดหน้าบังคับให้จอดรถ จากนั้นมีกลุ่มคนร้ายกระโดดขึ้นรถนิสสันลักพาตัวเหยื่อทั้ง 2 คน ระหว่างทางคนร้ายใช้แอปพลิเคชัน “วีแชต” โทร.ไปหานายหม่า หมิงชุน เรียกค่าไถ่เป็นเงิน 1 ล้านหยวน คิดเป็นเงินไทย 4.7 ล้านบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว แต่นายหม่า หมิงชุน อ้างไม่มีเงิน เพื่อถ่วงเวลาให้ตำรวจติดตามตัว เหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 20 มี.ค.

ความคืบหน้าเมื่อช่วงดึกวันที่ 20 มี.ค. ตำรวจสายตรวจ สภ.หนองปรือ พบรถนิสสัน เทอร์ร่า สีดำ ทะเบียน จธ 1856 ชลบุรี เป็นรถของตัวประกัน จอดทิ้งไว้ในป่า ใกล้กับถนนมอเตอร์เวย์สาย 7 (พัทยา-กรุงเทพฯ) หมู่บ้านโป่งบ้านล่าง หมู่ 3 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ห่างจากถนนหลักประมาณ 500 เมตร มีพยานเห็นว่า รถคันดังกล่าวถูกนำมาจอดตั้งแต่ช่วงเวลา 09.30 น. แต่ไม่มีใครเอะใจ เบื้องต้นตำรวจกั้นพื้นที่ พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย

ขณะเดียวกัน ตำรวจเรียกตัวนายหม่า หมิงชุน มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.หนองปรือ อีกครั้ง เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นห่วงภรรยาและพี่ชายโอนเงินผ่านคริปโตเป็นสกุลเงินดิจิทัลให้คนร้ายไปแล้ว 200,000 หยวน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 970,000 บาท ตำรวจสั่งให้หยุดระงับการโอนเงิน เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มคนร้ายจะได้ใจคิดว่าผู้เสียหายมีเงินขู่ให้โอนเงินตลอดเวลา พร้อมทั้งสอบปากคำผ่านล่ามชาวจีนหาจุดเชื่อมโยง สาเหตุจูงใจในการลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ รวมถึงกลุ่มผู้ต้องสงสัย ตำรวจเชื่อว่านายหม่า หมิงชุน รู้จักผู้ก่อเหตุเป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวสอบถามล่ามชาวจีนทราบว่า นายหม่า หมิงชุน เดินทางเข้ามาประเทศไทยตั้งแต่เดือน พ.ค.ปี 2565 และมาเปิดธุรกิจร้านอาหารย่านพัทยาเหนือ (ไชน่าทาวน์) และเพิ่งจะปิดตัวลงได้ไม่นาน ส่วนบ้านพักปัจจุบันอยู่ในหมู่บ้านภัทราวิลเลจ หมู่ 7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เช่าอยู่เดือนละ 55,000 บาท พักอยู่กับภรรยา ลูกชาย และพี่ชาย ในระหว่างเกิดเรื่องภรรยาและพี่ชายถูกลักพาตัวไปนั้น นายหม่า หมิงชุน มีอาการกังวลใจตลอดเวลา ถามคำตอบคำจะไม่ยอมพูดถึงเรื่องอื่น โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ ที่สำคัญไม่ยอมพูดอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

ขณะที่ พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เดินทางมากำกับดูแลคดี พร้อมเรียกประชุมตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.หนองปรือ สืบสวน ภ.จ.ชลบุรี และสืบสวนภาค 2 พร้อมทั้งนำรถจับสัญญาณโทรศัพท์เข้ามาในพื้นที่ เพื่อหาแหล่งซ่อนตัวและจุดที่ใช้ในการเจรจาต่อรองเรียกค่าไถ่ กลุ่มคนร้ายยังคงสับขาหลอกเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดเวลา เปลี่ยนสถานที่ที่ใช้เจรจาลักษณะขับรถวนไปมาในพื้นที่ จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี

ต่อมาเวลา 08.00 น. วันที่ 21 มี.ค. ที่ สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก. สภ.หนองปรือ พนักงานสอบสวนสอบปากคำนายหม่า หมิงชุน ผู้เสียหายผ่านล่ามชาวจีนตลอดทั้งคืน นายหม่า หมิงชุน อุ้มลูกชายวัย 3 ขวบตลอดเวลา และมีอาการอ่อนเพลีย ขณะเดียวกันตำรวจเรียกเพื่อนชาวจีน 1 คนมาสอบสวน สงสัยว่าน่าจะรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ

ด้าน พ.ต.อ.ศานติ กรเกษม ผกก.สส.ภ.จ.ชลบุรี สั่งการตำรวจกระจายกำลังเร่งแกะรอยติดตามกลุ่มทีมคนร้าย เน้นการไล่กล้องวงจรปิดและรถที่ใช้ก่อเหตุ รวมถึงการตรวจเช็กสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ล่าสุดพบรถต้องสงสัยแล้วเป็นรถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ ที่ขับพาตัวประกันหลบหนีมุ่งหน้าไปทางถนนมอเตอร์เวย์สาย 7 ส่วนรถ จยย.ฮอนด้า เอ็มเอสเอ็กซ์ที่ใช้ก่อเหตุ พบว่าคนร้ายไปซื้อมา 14,000 บาท เพื่อมาก่อเหตุครั้งนี้โดยเฉพาะ หลังก่อเหตุจอดทิ้งไว้ ส่วนตัวประกันทั้ง 2 คนขาดการติดต่อตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา คนร้ายยังไม่มีท่าทีจะปล่อยตัวออกมา ขณะที่ตำรวจยังคงไล่ล่าหาจุดซ่อนตัวของตัวประกัน คาดคนร้ายแบ่งหน้าที่กันทำงานเป็น 2 ชุด ชุดแรกควบคุมตัวประกันอยู่สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ส่วนทีมที่ 2 ทำหน้าที่สับขาหลอกขับรถวนไปมาในพื้นที่ จ.ชลบุรี เพื่อให้ตำรวจสับสนในการจับสัญญาณโทรศัพท์

คุณกำลังดู: จ่อไล่ออก 2 สว.ตม. แก๊งอุ้มรีดจีน มี ร.ต.ท.-ด.ต.ร่วมด้วย อีกคดีจับเรียกค่าไถ่

หมวดหมู่: ภูมิภาค

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด