คนจนร้องจ๊าก! รัฐหมดหน้าตัก ไม่มีเงินอุดหนุนช่วยคนใช้ไฟต่ำกว่า 300 หน่วย

คนจนร้องจ๊าก! รัฐหมดหน้าตัก ไม่มีเงินอุดหนุนช่วยคนใช้ไฟต่ำกว่า 300 หน่วย

คนจนร้องจ๊าก! ปลัดพลังงานเผยข่าวร้าย ค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. คนใช้ต่ำกว่า 300 หน่วย ไม่มีงบอุดหนุนให้ส่วนลดอีกต่อไป จับตาการประชุมคณะอนุกรรมการเอฟที 2 เคาะค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. ลงได้ 0.07 สตางค์ต่อหน่วย หรือจาก 4.77 บาท เหลือ 4.70 บาท ด้าน กกร.ยังหวังเห็นราคา 4.40 บาท

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (21 เม.ย.) จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับสูตรการปรับค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) เพื่อทบทวนค่าเอฟที งวดเดือน พ.ค.-ส.ค. ตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขอรับภาระยืดหนี้การชำระค่าไฟฟ้าแทนประชาชนไปก่อนหน้านี้ จาก 2 ปี เป็น 2 ปี 4 เดือน ซึ่งเฉพาะสมมติฐานดังกล่าวจะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยลดลงจากเดิม 4.77 บาทต่อหน่วยเหลือ 4.70 บาทต่อหน่วย เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะต้องนำเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) กกพ.เห็นชอบอีกครั้ง วันที่ 26 เม.ย.นี้ ซึ่งคณะอนุกรรมการมีตัวแทนจากกระทรวงการคลังที่ดูแลเรื่องวินัยการเงินการคลัง รวมถึงหนี้สินของประเทศ หากได้รับความเห็นชอบให้สามารถดำเนินการได้ตามข้อเสนอข้างต้น กกพ.ก็จะสามารถประกาศลดค่าไฟฟ้าได้ต่อไป

ขณะเดียวกัน กฟผ.ได้ทำหนังสือยืนยันการยืดหนี้ค่าไฟงวดที่ 2/66 (พ.ค.-ส.ค.) ว่าสามารถจัดการสภาพคล่องได้ แต่งวดที่ 3/66 (ก.ย.-ธ.ค.) อาจเกิดปัญหาสภาพคล่องไม่สามารถที่จะยืดหนี้ได้อีก จึงต้องควรคืนหนี้ให้แก่ กฟผ.ด้วยเช่นกัน โดยหนี้วงเงินเต็มอยู่ที่ 150,000 ล้านบาท และมีการคืนหนี้ในงวดที่ 1/66 (ม.ค.-เม.ย.) ไปแล้ว 20,000 ล้านบาท

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) กฟผ. กล่าวว่า กฟผ.ได้ทำหนังสือยืนยันไปยัง กกพ. แล้วถึงการยืดชำระหนี้เพิ่มขึ้นซึ่งจะทำให้ค่าเอฟทีสามารถลดลงในงวด 2 (พ.ค.-ส.ค.) ขณะเดียวกันกำลังพิจารณาว่าจะมีส่วนใดมาช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าบ้านที่อยู่อาศัย ที่ยังมีเงินช่วยเหลือจากรัฐที่สามารถลดพิเศษให้ผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ซึ่งจากการหารือสำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีงบประมาณเพียงพอในการอุดหนุนให้ต่อ ซึ่งต้องใช้งบรวม 8,000 ล้านบาท โดยที่ผ่านมามีส่วนลดค่าไฟฟ้าผู้ใช้ 1-150 หน่วยต่อเดือน 92.04 สตางค์ต่อหน่วย โดยมีผลต่างค่าเอฟทีและส่วนสด 1.39 สตางค์ต่อหน่วย และผู้ใช้ไฟฟ้า 151-300 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลด 67.04 สตางค์ต่อหน่วย โดยมีผลต่างค่าเอฟที เรียกเก็บและส่วนลด 26.39 สตางค์ต่อหน่วย

ทั้งนี้ ในตอนนี้มองไปถึงค่าไฟฟ้างวดที่ 3/66 (ก.ย.-ธ.ค.) ว่าจะทำอย่างไรให้มีราคาถูกลง โดยมอบให้บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เร่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ที่ขณะนี้มีราคาต่ำ 11-13 เหรียญสหรัฐฯ ต่อล้านบีทียูมาสำรองไว้ได้หรือไม่ ซึ่งต่างจากงวดที่ 1/66 ที่ราคา สูงถึง 47 เหรียญต่อล้านบีทียูเพราะสงครามรัสเซีย-ยูเครน จึงกระทบค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นและการที่ต้องนำเข้าเพิ่มขึ้น เพราะก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยมีปริมาณลดลง โดยเฉพาะจากแหล่งเอราวัณ ขณะเดียวกัน ยอมรับว่าขณะนี้อากาศร้อนทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดปีนี้ โดยเกิดขึ้นล่าสุดเมื่อ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ณ เวลา 20.44 น.ที่ 32,212.5 เมกะวัตต์ ซึ่งค่าไฟฟ้าเมืองไทยเป็นอัตราก้าวหน้า ยิ่งใช้หน่วยจำนวนมากก็ต้องจ่ายแพงขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นประชาชนต้องร่วมมือประหยัดด้วย

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนและประชาชนคาดหวังว่าการประชุมคณะอนุกรรมการ เอฟที จะหารือค่าไฟฟ้างวด 2/66 จากที่ประกาศไว้เฉลี่ย 4.77 บาทต่อหน่วยให้ลดลงต่ำกว่า 4.40 บาทต่อหน่วย จากการทบทวนการยืดหนี้ กฟผ.และการปรับลดราคาแอลเอ็นจี นำเข้า จาก 20 เหรียญต่อล้านบีทียู (ราคาเฉลี่ยเดือน ม.ค.) ให้สอดคล้องกับราคาตลาดในปัจจุบัน (ต่ำกว่า 13 เหรียญต่อล้านบีทียู)

“คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ให้ทบทวนสมมติฐาน ในการลดค่าไฟฟ้างวดที่ 2 หรือเดือน พ.ค.-ส.ค.นี้ ลงมาอีก เพราะ ถ้าลดลงมาต่ำกว่า 4.40 บาทต่อหน่วยก็ไม่ต้องกังวลต่อขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ สิ่งที่ควรกังวลคือทำไมสัดส่วนในการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.จึงเหลือเพียง 31% รัฐบาลชุดใหม่ต้องมาดูค่าไฟฟ้าในงวดต่อๆไป ให้ต้นทุนพลังงานเป็นธรรมต่อประชาชน”.

คุณกำลังดู: คนจนร้องจ๊าก! รัฐหมดหน้าตัก ไม่มีเงินอุดหนุนช่วยคนใช้ไฟต่ำกว่า 300 หน่วย

หมวดหมู่: ข่าวเศรษฐกิจ/ธุรกิจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด