ครูยุ่น รับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกาย-ใช้แรงงานเด็ก ‘รองโจ๊ก’ จ่อลงพื้นที่ติดตามคดี

ครูยุ่น รับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกาย-ใช้แรงงานเด็ก สภ.อัมพวา 'รองโจ๊ก' จ่อลงพื้นที่ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมูลนิธิเส้นด้ายได้เข้าแจ้งความที่ สภ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เม...

ครูยุ่น รับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกาย-ใช้แรงงานเด็ก ‘รองโจ๊ก’ จ่อลงพื้นที่ติดตามคดี

ครูยุ่น รับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกาย-ใช้แรงงานเด็ก สภ.อัมพวา ‘รองโจ๊ก’ จ่อลงพื้นที่

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมูลนิธิเส้นด้ายได้เข้าแจ้งความที่ สภ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม ว่ามีการทำร้ายเด็กภายในมูลนิธิคุ้มครองเด็ก ต.สวนหลวง อ.อัมพวา ทำให้หน่วยงานเกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

โดยวานนี้ (2 พฤศจิกายน ) นางลักษณา อิศรางกูร ณ อยุธยา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสงครามได้นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำเอกสารมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 รับเด็กสถานสงเคราะห์เด็กเอกชนไปยังสถานแรกรับของทางราชการ โดยเมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่มูลนิธิคุ้มครองเด็กได้ต่อโทรศัพท์ไปยัง นายแก้วสรร อติโพธิ์ อดีต ส.ว.ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นประธานมูลนิธิคุ้มครองเด็กดังกล่าว พูดคุยกับเจ้าหน้าที่โดยเปิดลำโพงโทรศัพท์ให้ผู้สื่อข่าวฟังด้วย

ความคืบหน้าเวลา 10.00 น. วันนี้ (3 พฤศจิกายน ) นายแก้วสรร อติโพธิ์ ประธานมูลนิธิคุ้มครองเด็ก ได้เดินทางมาที่มูลนิธิคุ้มครองเด็ก บอกกับผู้สื่อข่าวว่าคล้ายกับที่พูดทางโทรศัพท์วันก่อนว่า เด็กพวกนี้ไม่มีบ้าน ถูกรังแกถูกทำร้ายมูลนิธิแห่งนี้จึงรับมาดูแล มูลนิธิมีอำนาจการปกครองถูกต้องสามารถทำโทษเด็ก เหมือนพ่อทำโทษลูก ไม่ได้รุนแรงเกินกว่าเหตุ การที่มีเด็กร้องเรียนไม่กี่คน ซึ่งกลุ่มนี้บางคนติดยาเสพติด ถ้าเป็นที่อื่นก็จับส่งตำรวจหมดอนาคตไปแล้ว แต่สถานที่แห่งนี้พยายามอบรมสั่งสอน เพื่อให้กลับตัวเป็นคนดี จะมาหาว่าทำรุนแรงเกินไปได้อย่างไร เด็กทั้งหมดดูแลอย่างดี การจะมารับเด็กทั้ง 55 คนไป อาศัยอำนาจอะไร ถามเด็กทั้งหมดหรือยังสิ่งที่ถูกต้องควรฟังหูไว้หู ควรมาตรวจสอบแบบเงียบๆ เพื่อคุ้มครองเด็ก ๆ ไม่ใช่นำสื่อแห่กันมาแบบนี้ หากเจ้าหน้าที่ทำเกินว่าเหตุ ตนก็ไม่ยอมเหมือนกัน

ต่อมาเวลา 10.30 น. นายมนตรี สินทวิชัย หรือครูยุ่น อดีต ส.ว.ได้เดินทางมาที่มูลนิธิคุ้มครองเด็ก ต.สวนหลวง อ.อัมพวา แล้วเดินเข้าไปทักทายนายแก้วสรร และทนายความ ที่มาก่อนแล้ว โดยครูยุ่นบอกกับผู้สื่อข่าวให้ไปที่ สภ.อัมพวา เนื่องจากทางตำรวจส่งหนังสือให้ตนไปพบ 10.30 น.จากนั้นก็พากันนั่งรถออกไปที่ สภ.อ.อัมพวา และเมื่อถึง สภ.อ.อัมพวา ครูยุ่นและนายแก้วสรรพร้อมทนายความก็เดินขึ้นไปบนโรงพักปิดห้องคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเวลา 12.30 น. ครูยุ่นจึงออกมาบอกว่ามาตามหมายเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้อหาทำร้ายร่างกายเด็กและอาจจะมีข้อหาใช้แรงงานเด็กด้วย

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการร้องเรียนจึงได้ตั้งหลักสอบสวนจากคลิปวีดีโอ โดยผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ตนลงมาสอบสวนเรื่องนี้ จากการสืบสวนพบว่ามีการทำร้ายเด็กจริง และสอบปากคำเด็ก และพบว่าครูยุ่นเอาเด็กมาทำงานที่โรงแรมของเพื่อนสนิทผู้หญิง ซึ่งได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้วที่จะอนุมัติหมายจับความผิดเรื่องทำร้ายร่างกาย กับเรื่องการใช้แรงงานเด็ก ซึ่งได้เรียกตำรวจภาค 7, ตำรวจจังหวัดสมุทรสงคราม, และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้วางแนวทางแล้ว แต่ตอนนี้ครูยุ่นนำเด็กหนีไป แต่จะสืบให้ได้ว่าเด็กอยู่ที่ไหน และได้พูดคุยกับปลัดกระทรวง พม.เด็กที่เหลือไม่ใช่ไม่อยากไป แต่ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน กระทรวงพัฒนาสังคมต้องจัดหาที่อยู่ให้เด็ก

ดังนั้นการกระทำของครูยุ่นวันนี้เข้าข่ายความผิดอาญา เมื่อนำเด็กหลบหนีไปอีกก็ยิ่งเป็นการกระทำที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานทั้งหมดในมูลนิธิฯ และให้ผู้กำกับสืบสวนภาค 7 ไล่ข้อมูลทั้งหมด และในวันที่ 3 พฤศจิกายน จะลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้า เวลา 16.00 น. เพื่อเร่งรัดคดีให้ออกหมายจับ และดำเนินการต่อไป”

นายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามกล่าวว่าทางจังหวัดมอบให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสงครามและทีมสหวิชาชีพสอบถามเด็กที่มีกรณีร้องเรียนว่าถูกทำร้าย ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการโดยนำตัวเด็กทั้ง 8 คน ออกจากมูลนิธิไปอยู่ในความคุ้มครองของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงคราม คาดว่าต้องใช้เวลาอีกสักระยะ สำหรับเด็กที่เหลืออีก 47 คน ล่าสุดเมื่อเย็นวานนี้ได้มีการนำตัวเด็กออกมาได้อีก 23 คนไปอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงคราม จึงเหลือเด็กอีก 24 คนที่สมัครใจอยู่ในมูลนิธิต่อเป็นเด็กเล็ก 14 คน และเด็กโต 10 คน อายุน้อยที่สุด 2 ขวบ และอายุมากที่สุด 16 ปี ซึ่งแต่เดิมมูลนิธิมีเด็กในความดูแลทั้งหมด 55 คน

“อย่างไรก็ตามหลังจากนี้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสงครามและทีมสหวิชาชีพ ตำรวจรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสอบถามเด็กและผู้เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานเสนอจังหวัดพิจารณา หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง เช่นกระทำทารุณกรรมเด็ก ใช้แรงงานเด็กตามที่มีผู้ร้องเรียน ผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีอำนาจที่จะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตมูลนิธิดังกล่าวได้”

คุณกำลังดู: ครูยุ่น รับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกาย-ใช้แรงงานเด็ก ‘รองโจ๊ก’ จ่อลงพื้นที่ติดตามคดี

หมวดหมู่: อาชญากรรม

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด