กนอ.-บีโอไอเร่งดึงญี่ปุ่น ขยายฐานผลิตลงทุน “อีอีซี”

ภายใต้สถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูง การเคลื่อนย้ายฐานการผลิตและการสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานกลายเป็นเป้าหมายหลักของนักลงทุน ทำให้ภูมิภาค “อาเซียน” มีความสำคัญเชิงภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น โดยเฉพาะไทยที่ได้เปรียบด้วยเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของภูมิภาค

กนอ.-บีโอไอเร่งดึงญี่ปุ่น ขยายฐานผลิตลงทุน “อีอีซี”

ที่ผ่านมาไทยมีนักลงทุนจากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนมากที่สุดทั้งยังเป็นแกนหลักของห่วงโซ่อุปทานบริษัทญี่ปุ่นในภูมิภาคโดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากสถิติการลงทุนจากต่างประเทศ(FDI)ในปี2564มีจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งรวมทั้งเป็นประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดเช่นกันโดยมีจำนวนขอรับการส่งเสริม178โครงการคิดเป็น23%ของโครงการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมดและมีมูลค่าการลงทุน80,733ล้านบาท

สำหรับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดได้แก่เคมีภัณฑ์และกระดาษรองลงมาเป็นผลิตภัณฑ์โลหะและเครื่องจักรเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์การบริการอุตสาหกรรมเบา/สิ่งทอและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

ในขณะที่ช่วง6เดือนแรกปี2565 (ม.ค.-มิ.ย.)ญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่มีจำนวนยื่นขอรับการส่งเสริมมากที่สุด97โครงการคิดเป็น25%ของโครงการต่างชาติทั้งหมดแต่มีมูลค่าการลงทุนเป็นลำดับที่สองรองจากไต้หวันอยู่ที่16,932ล้านบาท

วีริศอัมระปาลผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)กล่าวว่าในช่วงที่ผ่านมากนอ.ได้ร่วมโรดโชว์กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI)ที่ประเทศญี่ปุ่นพบว่านักลงทุนญี่ปุ่นยังคงให้ความสนใจในประเทศไทยและมีความเชื่อมั่นในการลงทุนอยางต่อเนื่องเนื่องจากปัจจัยหลายด้านอาทิที่ตั้งยุทธศาสตร์ในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการลงทุนการส่งอออกความมั่นคงแรงงานระบบคมนาคมรวมทั้งโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

สำหรับการโรดโชว์ครั้งนี้ได้ร่วมหารือกับผู้บริหารบริษัทญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์Printed Circuit Board (PCB)สำหรับใช้ในยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี)และยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติและเป็นลูกค้าเดิมที่มีบริษัทตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมจ.ชลบุรีในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)อยู่แล้วซึ่งล่าสุดตัดสินใจขยายการลงทุนเพิ่มเติมมูลค่า3,000ล้านบาทเพื่อย้ายฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดมาตั้งในไทยซึ่งจะเป็นแกนหลักของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคอาเซียน กนอ.-บีโอไอเร่งดึงญี่ปุ่น ขยายฐานผลิตลงทุน “อีอีซี”

“การตัดสินใจลงทุนครั้งนี้มีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นราว20-30%จากที่เคยคาดการณ์กันไว้ว่าจะเป็นเพียงการย้ายเทคโนโลยีมาบางส่วนแต่เนื่องจากบริษัทได้รับดีมานต์คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นมากภายหลังจากที่อุตสาหกรรมยานยนต์มีสภาวะซบเซาในช่วง2ปีที่ผ่านมาจึงต้องเร่งขยายโรงงานโดยจะเริ่มก่อสร้างโรงงานภายในปี2566และเริ่มเดินเครื่องผลิตในอีก2ปีข้างหน้า”

ขณะเดียวกันบีโอไอยังได้เสนอสิทธิประโยชน์การลงทุนที่ดึงดูดมากขึ้นอาทิสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบริษัทที่มีการลงทุนในเทคโนโลยีลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์การให้สิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดินสำหรับผู้บริหารระดับสูงรวมถึงสิทธิสำหรับผู้ติดตามสามารถทำงานในไทยได้ซึ่งขณะนี้บีโอไอกำลังอยู่ระหว่างการปรับแผนสิทธิประโยชน์ที่จะสร้างแรงจูงใจในการลงทุนมากขึ้น

นอกจากนี้กนอ.ยังได้พบปะกับสมาคมผู้ผลิตอาหารและเครื่องจักรที่ใช้ผลิตอาหารของญี่ปุ่นซึ่งมีความสนใจที่จะไปลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมที่เป็นแหล่งรวมการผลิตอาหารอยู่แล้วเช่นนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังเป็นต้น

คุณกำลังดู: กนอ.-บีโอไอเร่งดึงญี่ปุ่น ขยายฐานผลิตลงทุน “อีอีซี”

หมวดหมู่: ข่าวเศรษฐกิจ/ธุรกิจ

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด