ก.อ.เคาะ 937 ชื่อ ‘อิทธิพร-ธรัมพ์’ นั่งผู้ตรวจ ‘วิรุฬห์’ ผงาดอธิบดีคดีพิเศษ ...

ก.อ.เคาะบิ๊กล็อต! ตั้งรองอสส.ถึงอัยการชั้น3 อัยการอาวุโสรวม 937 บัญชีรายชื่อ อำนาจ-สมเกียรติ-ไพรัช ผงาดขึ้นรอง อสส. ด้านอิทธิพร-ธรัมพ์ นั่งผู้ตรวจ ระดับอธิบดี “วิรุฬห์”ผงาดกลับที่เก่านั่งเบอร์ 1 คดี...

ก.อ.เคาะ 937 ชื่อ ‘อิทธิพร-ธรัมพ์’ นั่งผู้ตรวจ ‘วิรุฬห์’ ผงาดอธิบดีคดีพิเศษ ...

ก.อ.เคาะบิ๊กล็อต! ตั้งรอง อสส.ถึงอัยการชั้น 3 อัยการอาวุโส รวม 937 บัญชีรายชื่อ อำนาจ-สมเกียรติ-ไพรัช-อิทธิพร ผงาดขึ้นรอง อสส. ธรัมพ์ นั่งผู้ตรวจ ระดับอธิบดี ‘วิรุฬห์’ ผงาดกลับที่เก่านั่งเบอร์ 1 คดีพิเศษ ส่วนรองอธิบดีดาวดังขยับ ‘โกหนุ่ย’ โกศลวัฒน์ โยกแขวงไปนั่งงานถนัด รอง อธ.สคช.ช่วยเหลือ ปชช. ‘กุ๊ก เอฟบีไอ’ วัชรินทร์ ขึ้นรอง อธ.สอบสวนพัฒนางาน ด้าน ‘ประยุทธ’ โฆษกมือทองยังเหนียว ได้รับวางใจนั่งรอง อธ.คดีพิเศษเก้าอี้เดิม ระดับอาวุโส ‘สิงห์ชัย’ อสส.ปัจจุบัน นั่งที่ปรึกษา ‘นารี’ อสส.หญิงคนแรก ‘ชาติพงษ์’ รองเบอร์ 1 เป็นอาวุโสช่วย สนง.ชี้ขาดคดี มติยังดัน ‘ปรเมศวร์’ โปรดเกล้าฯ อาวุโสต่อ หลังก่อนนี้เคยไม่ผ่านนั่งผู้ตรวจฯ

เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เป็นประธาน การประชุม ก.อ.ครั้งที่ 10/2565 โดยมีวาระสำคัญเรื่อง การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งและแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการ

ตั้งแต่ระดับรองอัยการสูงสุด จำนวน 8 ราย, ผู้ตรวจการอัยการ 9 ราย, อธิบดีอัยการ 81 ราย, รองอธิบดีอัยการ 100 ราย, อัยการพิเศษฝ่าย 146 ราย, ข้าราชการอัยการชั้น 6 จำนวน 87 ราย, ข้าราชการอัยการชั้น 5 จำนวน 109 ราย, ข้าราชการอัยการชั้น 4 สับเปลี่ยนตำแหน่ง จำนวน 6 ราย, ข้าราชการอัยการชั้น 4 จำนวน 121 ราย, ข้าราชการอัยการชั้น 3 จำนวน 121 ราย, อัยการอาวุโสสับเปลี่ยน 34 ราย และอัยการอาวุโส (ตั้งใหม่) 115 ราย รวม 11 บัญชี รวมทั้งหมด 937 บัญชีรายชื่อ ซึ่งมีการพิจารณาเสร็จในช่วงค่ำที่ผ่านมานี้

โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.65 เป็นต้นไป

โดยมีรายชื่อที่น่าสนใจ ดังนี้

1.นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อธิบดีอัยการสำนักงานวิชาการ ขึ้นรองอัยการสูงสุดอันดับ 1 มีคิวที่จะขึ้นนั่งตำแหน่งอัยการสูงสุดต่อจาก น.ส.นารี ตัณฑเสถียร ซึ่งจะขึ้นดำรงตำแหน่ง 1 ต.ค.65 นี้ เป็น ก.อ.โดยตำแหน่ง

2.นายสมเกียรติ คุววัฒนานนท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูง ขึ้นรองอัยการสูงสุดอันดับ 2 ก็จะมีคิวที่จะขึ้นนั่งตำแหน่งอัยการสูงสุดต่อจากนายอำนาจ ที่จะนั่งรอง อสส.อาวุโสลำดับ 1 เช่นกัน เป็น ก.อ.โดยตำแหน่ง

3.นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง ซึ่งมีขอบเขตอำนาจพิจารณาสั่งคดีแขวงทั้งหมดในพื้นที่กรุงเทพฯ ขึ้นรองอัยการสูงสุดอันดับ 3 โดยก่อนหน้านี้เคยนั่งอธิบดีอัยการสำนักงานการยุติการดำเนินคดีแพ่งและอนุญาโตตุลาการ มีผลงานในการพัฒนาปรับระบบการทำงาน เพิ่มคุณภาพการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการอำนวยความสะดวกในงานคดีต่างๆ ซึ่งการขึ้นรอง อสส.อาวุโสลำดับ 3 ครั้งนี้เท่ากับนายไพรัชจะสามารถเป็น ก.อ.โดยตำแหน่งได้นานถึง 3 ปี จนกว่าจะพ้นวาระบริหาร
ทั้งในอดีตเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการอัยการสูงสุดสมัยนายชัยเกษม นิติสิริ

4.เลื่อนนายศักดา ช่วงรังษี อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาตลิ่งชัน ไปเป็นรอง อสส.ลำดับ 4 เลขาธิการสำนักอบรมศึกษาแห่งเนติบัณฑิตยสภา หรือครูใหญ่เนฯ รวมถึงยังได้รับการเลือกตั้งเป็น ก.อ. เป็นศิษย์เก่าสวนกุหลาบ ดีกรีนักเรียนนอก จบ ป.โทด้านกฎหมายจากฮาร์วาร์ด และ ป.โทจากมหาวิทยาลัยดีคิ่น รุ่น 28

5.นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ซึ่งเป็นสำนักงานสำคัญ แบ่งเป็น 12 กองงานที่จะมีคดีใหญ่สำคัญเข้าในพื้นที่สำคัญจาก สน.ต่างๆ ในพื้นที่หลัก รวมถึงรับคดีจากกองปราบปรามเข้ามาพิจารณาสั่งคดี ไปเป็นรอง อสส.อาวุโสลำดับ 6 มีคิวที่จะขึ้นถึงอัยการสูงสุดในอนาคตด้วย

6.นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ อธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ซึ่งเป็นสำนักงานสำคัญ มีบทบาทดูแลทำบัญชีเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการทั่วประเทศ อดีตโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ไปเป็นผู้ตรวจการอัยการอาวุโสลำดับที่ 8

ระดับอธิบดีอัยการที่น่าสนใจ

1.นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจ โยกไปเป็นอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งเป็นสำนักงานสำคัญรับพิจารณาสำนวนคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และคดีป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ซึ่งจะต้องเป็นคดีที่มีมูลค่าทรัพย์ความเสียหายจำนวนมาก มีอิทธิพลเข้ามาในคดี รวมถึงคดีการเมืองและการชุมนุมของม็อบการเมืองต่างๆ นายวิรุฬห์เคยเป็นลูกหม้อเก่าของสำนักงานอัยการคดีพิเศษ เคยผ่านงานสำคัญมามาก เป็นที่รู้จักในวงการอัยการ

2.นายปรีชา สุดสงวน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญามีนบุรี โยกไปเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ซึ่งถือเป็นสำนักงานที่รับคดีอาญาอุกฉกรรจ์และมีความสำคัญจาก สน.ต่างๆ ในพื้นที่หลัก รวมถึงรับคดีจากกองปราบปราม แบ่งเป็น 12 กองงาน รวมทั้งยังเป็นสำนักงานที่มีหน้าที่แก้ต่างคดีอาญาให้กับข้าราชการทั่วประเทศที่ถูกฟ้องเพราะปฏิบัติราชการตามหน้าที่

3.นายโกวิท ศรีไพโรจน์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามทุจริตภาค 8 โยกไปเป็นอธิบดีอัยการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ ซึ่งถือเป็นโรงเรียนอัยการ โดยมีบทบาทในการจัดอบรมบรรยายปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กร บทบาทหน้าที่ของอัยการผู้ช่วยที่สอบได้ รวมถึงพัฒนาเพิ่มพูนทักษะของข้าราชการอัยการทั้งหมด จากประวัตินายโกวิทเป็นอัยการสายบู๊ ดูงานคดีลูกหม้อสำนักงานคดีพิเศษเก่า เคยรับผิดชอบคดีม็อบการเมือง และคดีผู้มีอิทธิพลสำคัญก่อนย้ายกลับไปภาคใต้ก็มีบทบาทในเรื่องคดีที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และคดีเจ้าหน้าที่รัฐประพฤติมิชอบ และยังเป็นคิวที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดในอนาคต

4.นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง รองอธิบดีอัยการภาค 2 ขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีสำนักงานคณะกรรมการอัยการ ซึ่งเป็นสำนักงานสำคัญ มีบทบาทดูแลจัดทำบัญชีเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการทั่วประเทศ ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญ การขยับขึ้นมานั่งตำแหน่งนี้จากการขึ้นอธิบดีอัยการครั้งเเรกคาดว่าได้รับความไว้วางใจเเละการผลักดันจากผู้ใหญ่เพื่อมาทำหน้าที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นเรื่องบัญชีข้าราชการอัยการหรือการผลักดันเเก้ไขกฎหมาย

5.นางกิ่งกาญจน์ กาญจนศูนย์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีแพ่ง ขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีอัยการสำนักงานคดีแพ่ง

ระดับรองอธิบดีอัยการที่น่าสนใจ

1.นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลเเขวงโยกไปเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี หรือ สคช.ซึ่งเป็นสำนักงานที่จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย(สคช.)

สำหรับนายโกศลวัฒน์ถือเป็นระดับรองอธิบดีอัยการที่คิวอาวุโสสูงสุดในขณะนี้ เคยดำรงตำเเหน่งผู้อำนวยการสำนักกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สำนักงานอัยการสูงสุด เคยดำรงตำเเหน่งรองโฆษกอัยการฯ มาหลายสมัยมีบทบาทสำคัญในด้านการสนับสนุนการทำงานช่วยเหลือสังคมและผู้ด้อยโอกาสมาโดยตลอด สนับสนุนผู้บำเพ็ญประโยชน์ด้วยการมอบรางวัล “คนดีที่เรายกย่อง” เคยออกหน้าประสานงานด้านกฎหมายช่วยเหลือน้องปาล์ม เด็กที่โดนรถของกระทรวงสาธารณสุขชนจนพิการตลอดชีวิต ซึ่งภายหลังชนะคดีได้รับค่าเสียหายตามคำพิพากษาของศาล เมื่อครั้งโดนย้ายไปเป็นรองอธิบดีภาค9 ก็ได้รับเเต่งตั้งให้เป็นโฆษกอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 เเถลงผลงานการดำเนินคดีทุจริตฯในภาค พร้อมให้ความรู้กฎหมายประชาชนเเละข้าราชการเกี่ยวกับคดีทุจริตฯเพื่อเป็นเเนวทางในการปฏิบัติไม่ให้ต้องคดี ซึ่งได้รับการตอบรับชื่นชม บทบาทที่ผ่านมาของนายโกศลวัฒน์ ถือเป็นอัยการที่ทำหน้าที่ให้เเก่ส่วนรวมเเละผลประโยชน์สาธารณะนับว่าเหมาะกับอัยการ สคช.อย่างมาก

2.นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 2 ขึ้นรองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน สำหรับวัชรินทร์ เป็นถือเป็นอัยการมือสอบสวน ฝีมือดีเคยได้รางวัลอัยการดีเด่น จบหลักสูตรเอฟบีไอ จากสหรัฐฯ รุ่นเดียวกับ บิ๊กดำ’ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีดีเอสไอ โดยมีผลงานสมัยอยู่สอบสวนลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายเเดนลุยคดีปล้นปืน ได้รับคำสั่งให้ร่วมสอบสวนคดีสำคัญหลายคดีจำนวนมาก อาทิคดีฟอกเงิน สหกรณ์รถไฟ ,คดีรถหรู,เสาไฟกินรี ยังไปเป็นที่ปรึกษา สปสช. ทั้งยังเป็นอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัยเเละบรรยายวิชากฎหมายให้หน่วยงานต่างๆมีลูกศิษย์ให้ความเคารพรักเป็นจำนวนมาก การขึ้นตำเเหน่งในสำนักงานเดิมที่นายวัชรินทร์เป็นลูกหม้ออยู่ที่ว่ามีความเหมาะสมเเละพัฒนาสำนักงานเพิ่มมากขึ้น

ส่วน นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ รอบนี้ยังรักษาเก้าอี้เหนียวเเน่น สำหรับนายประยุทธ มีบทบาทเป็นที่รู้จักในฐานะรองโฆษกอัยการฯ ที่โดดเด่น โดยนั่งตำเเหน่งในทีมโฆษกมายาวนานถึง7 ปีซ้อน รับหน้าที่เเถลงคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนเเละคดีใหญ่สะเทือนขวัญ สำคัญหลายคดี ให้กับสื่อมวลชนเเละประชาชนเข้าใจชัดเเจ้ง รวมถึงมีบทบาทการสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือขององค์กรเป็นอย่างมาก ในฐานะอัยการก็ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญงานสายคดี จากที่เข้ามาทำงานคดีพิเศษ เเละเติบโตเป็นระดับรองอธิบดีที่สำนักงานนี้เเสดงว่าได้รับไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้บริหาร เพราะสำนักงานคดีพิเศษเป็นสำนักงานที่รับพิจารณาสำนวนคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ และคดีป้องกันและปราบ ปรามการฟอกเงิน หรือปปง.ซึ่งรวมถึงคดีการเมืองเเละการชุมนุมของม๊อบการเมืองต่างๆสำนักงานดังกล่าวจึงมีบทบาทสำคัญ

นายประยุทธ จบหลักสูตร วปอ. รุ่นที่ 59 จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เคยดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดหลายจังหวัด เช่น อัยการจังหวัดสมุทรปราการ อัยการจังหวัดสระบุรี อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงอุบลราชธานี จากนั้นขยับดำรงตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการอยู่ 4 ปี ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปดำรงตำแหน่งอัยการพิเศษฝ่ายสำนักยุทธศาสตร์และงบประมาณ รับผิดชอบการบริหารจัดการด้านอาคารและที่ดินของสำนักงานอัยการสูงสุด ยังได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ของกระทรวงยุติธรรม และเป็นประธานพัฒนากฎหมายและอนุกรรมการพัฒนากฎหมายของหน่วยราชการอีกหลายคณะ

ระดับอัยการอาวุโสที่น่าสนใจ

1. นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อัยการสูงสุดคนปัจจุบันไปเป็นอัยการอาวุโสสำนักงานอัยการสูงสุด(ที่ปรึกษาอัยการสูงสุด)

2. นายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอัยการสูงสุดลำดับที่ 1 ไปเป็นอัยการอาวุโส สำนักงานชี้ขาดคดีสำนักงานอัยการสูงสุด สำหรับนายชาติพงษ์ขึ้นชื่อในฝีมือเรื่องปราบการทุจริตฯ มีประสบการณ์มาก เคยนั่งรองอธิบดีคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะทำงานที่คุมคดีสำคัญ ของสำนักงานคดีพิเศษหลายคดี เช่น คดีนิติบุคคล ฟิลิป มอร์ริส นำเข้าบุหรี่โดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร,คดีทุจริต สหกรณ์เครดิต ยูเนี่ยนคลองจั่น,คดีทุจริต การฟอกเงินในโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน รวมถึงคดีเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อน เป็นอัยการมีฝีมือ ประสบการณ์มาก สมัยเป็นรอง อสส.เบอร์ 1 ซึ่งเป็น ก.อ. โดยตำเเหน่งก็ทำหน้าที่ได้ดี
ขึ้นชื่อเรื่องเป็นคนเที่ยงตรง รักเเละปกป้องชื่อเสียงองค์กร จนเป็นที่ไว้วางใจให้เป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงเเละวินัยอัยการด้วยกันหลายคน

3.นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรีไปเป็นอัยการอาวุโสสำนักงานการสอบสวน สำหรับนายปรเมศวร์ถือเป็นอัยการหน้าสื่อชื่อดังที่ออกมาให้ความเห็นข้อกฎหมายเเละความเห็นในการวิจารณ์ทางการเมืองอย่างดุเดือด หรือคดีที่สังคมให้ความสนใจ อย่างคดีโฉนดถุงกล้วยเเขกวัดสวนเเก้ว ก็ออกมาระบุมั่นใจเต็มร้อยว่าพระพยอมต้องได้เงิน 10 ล้านบาทคืนตามที่ได้ซื้อที่ดินโดยสุจริต
โดยก่อนหน้านี้นายปรเมศวร์มีคิวที่จะได้ขึ้นถึงรองอัยการสูงสุดเเต่ขณะนั้น ก.อ.มีการเสนอชื่อโปรดเกล้าฯให้เป็นผู้ตรวจการอัยการเเต่ไม่ผ่านการพิจารณาเนื่องจากเคยโดนคดีดื่มสุราขับรถชนเเล้วหนีเเต่ต่อมาภายหลังผู้บัญชาการตำรวจภาค1ทำความเห็นเเย้งในข้อหาชนเเล้วหนี โดยอัยการสูงสุดในขณะนั้นชี้ขาดยื่นฟ้องเฉพาะข้อหาเมาเเล้วขับชนอย่างเดียว ซึ่งภายหลังศาลพิพากษาจำคุกเเละรอลงอาญาไว้ โดยปัจจุบันนายปรเมศวร์ทำหน้าที่อธิบดีอัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด โดยยังไม่ได้โปรดเกล้าฯออกจากอธิบดีอัยการสำนักงานอาญาธนบุรีเดิม

4.นายสุวิช ชูตระกูล อธิบดีอัยการภาค7ไปเป็นอัยการอาวุโส สคช.ปทุมธานีนายสุวิช เป็นผู้ได้รับเลือกจากตั้งให้เป็น ก.อ. ประเภท ข้าราชการอัยการชั้น 5 ขึ้นไป ที่ผ่านมาด้วยคะเเนนสูงสุด

สามารถตรวจดูรายชื่อได้ตามลิงค์ข้างล่าง
https://drive.google.com/file/d/1vT3ZrIpVQsbUH7UHLDjKU2bIFWPXZa_J/view?usp=sharing

คุณกำลังดู: ก.อ.เคาะ 937 ชื่อ ‘อิทธิพร-ธรัมพ์’ นั่งผู้ตรวจ ‘วิรุฬห์’ ผงาดอธิบดีคดีพิเศษ ...

หมวดหมู่: อาชญากรรม

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด