แม่ร้อง ลูกชายวัย 13 ปี ถูกรุ่นพี่รุมทำร้าย บังคับแก้ผ้าพร้อมถ่ายคลิปข่มขู่จนผวา

แม่ร้อง ลูกชายวัย 13 ปี ถูกรุ่นพี่รุมทำร้าย บังคับแก้ผ้าพร้อมถ่ายคลิปข่มขู่จนผวา

แม่ทุกข์หนัก ร้องขอความช่วยเหลือ หลังลูกชายวัย 13 ปี ถูกรุ่นพี่ที่รุมทำร้ายสารพัด จนไม่อยากไปโรงเรียน ซ้ำร้ายพบความจริงสุดเศร้า ลูกโดนบังคับให้แก้ผ้า พร้อมอัดคลิปไว้ข่มขู่

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 เมษายน 2566 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยกับแม่ของเด็ก 13 ปี ผู้เสียหาย คุณกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง และทนายโรส ในปมแม่ร้องให้ช่วย หลังลูกชายอายุ13 ปี ถูกรุ่นพี่รุมบังคับให้แก้ผ้า ถ่ายคลิปข่มขู่ให้เป็นเบ๊ แถมกลั่นแกล้งสารพัด จนเกิดอาการซึมเศร้า ไม่กล้าไปโรงเรียน

กัน จอมพลัง เผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า มันหดหู่มาก เป็นคลิปที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับคนคนหนึ่งเลย จากเด็กที่ร่าเริง เปลี่ยนไปเป็นคนผวาหวาดกลัวเลย แล้วไม่ได้โดนครั้งแรก แต่โดนมา 3 ครั้งแล้ว น่าตลกตรงที่แม่น้องเล่าว่า ติดต่อไปทาง ผอ. แต่กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือ แม้เกิดเรื่องในโรงเรียน แล้วทุกคนมาช่วยเหลือหมด ยกเว้นทางโรงเรียน

คุณแม่น้องเอ เด็ก 13 ผู้เสียหาย เผยว่า แม่เป็นคนจังหวัดเลย ลูกชายสอบเข้าโรงเรียนกีฬา จ.นครนายก ในประเภทฮอกกี้ที่ จ.นครนายก ตั้งแต่ พ.ค. ปี 65 ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ จึงต้องอยู่ที่หอพัก โดยอยู่ห้องละ 4 คน แรกๆ ลูกเล่าให้ฟังว่าโดนแกล้งทุกอย่าง ไม่อยากเรียนแล้ว รุ่นพี่ ม.6 ที่รู้จักกันจึงรับน้องเอไปอยู่ด้วย พร้อมกับเพื่อนรุ่นพี่ซึ่งเป็นรูมเมตอีก 3 คน ซึ่งพี่ ม.6 ที่รู้จักนั้นนั้นติดทีมชาติ จึงไม่ค่อยอยู่ห้อง ทำให้รุ่นพี่รูมเมตคนในห้องรุมรังแก กลั่นแกล้งและทำร้ายร่างกายน้องสารพัด ทั้งเตะ ต่อย และรุมตี ในตอนนั้นแม่ก็ไม่ทราบเรื่อง เพราะน้องไม่เคยเล่าให้ฟัง และทุกครั้งที่ไปหาก็ไม่เคยได้ไปดูห้องพัก เพราะครูไม่ให้เข้า

แต่ในช่วงปิดเทอมใหญ่ ตอนกลับมาอยู่บ้าน น้องเปลี่ยนเป็นคนละคน เหม่อลอย นั่งอยู่มุมห้องแล้วร้องไห้ขึ้นมาเหมือนเด็กพิเศษ บางครั้งก็ชกที่นอน เหมือนระบายอารมณ์ และน้ำตาไหลออกมา พอเราเห็นก็สะเทือนใจ ไม่กล้าไปทำงาน จนต้องถามน้องว่ามีอะไร ที่โรงเรียนมีใครทำอะไรหรือเปล่า น้องก็ไม่ตอบอะไร

ต่อมาน้องบ่นว่าปวดหัว จึงพาน้องไปโรงพยาบาล ก็ตรวจไม่พบอะไร จนหมอแนะนำให้ไปหาจิตเวท ตอนนั้นยังไม่ได้ไป เพราะต้องทำงาน จนกระทั่งวันที่ 4 เม.ย. ลูกมีอาการกระวนกระวาย ไม่อยากอยู่ที่ห้องพัก เหมือนคนจิตตก ก่อนจะวางโทรศัพท์ทิ้งไว้แล้วบอกแม่ว่าจะไปเตะบอล

ตนจึงให้ลูกสาวเช็กโทรศัทพ์ดู จนพบความจริงว่าลูกถูกรังแก เพราะเห็นแชตที่ลูกส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือว่า ติดอยู่ในห้องน้ำเพราะถูกรังแก รวมถึงคลิปเสียงที่น้องถูกข่มขู่ หลังจากไม่ทำตามคำสั่งรุ่นพี่ รวมถึงคลิปที่จับน้องถอดกางเกงเพื่อแบล็กเมล์เวลาที่น้องไม่ทำตามคำสั่ง

จึงได้สอบถามเรื่องราวต่างๆ จากน้องเอ ซึ่งเล่าให้ฟังว่า ต้องซักผ้าให้รุ่นพี่ 4 คน เวลากินข้าวก็ต้องล้างถาดและเก็บช้อนไว้ให้ อยากได้อะไรก็สั่งน้องไปทำมาให้ ทั้งซื้อกับข้าว หยิบของ ถ้าไม่ทำก็รุมทำร้าย ตีด้วยไม้แขวนเสื้อบ้าง หรือจับขังในห้องน้ำบ้าง ซึ่งสกปรกมาก ในวันต่อมาจึงไปหา ผอ.ที่โรงเรียน พร้อมหลักฐาน แต่ ผอ.เขาบอกบุคลากรโรงเรียนมีน้อย ไม่สามารถดูแลเด็กทั่วถึงได้

ด้าน ผอ.ยุทธพร วงศ์วิชิต ผู้ประสานงานโครงการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครนายก ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า หลังจากที่ปิดภาคเรียน เด็กทุกคนกลับบ้าน ตนมาทราบเรื่องว่ามีผู้ปกครองโทรมาหาโค้ช และอาจารย์ประจำหอ บอกว่าลูกถูกทำร้าย ตนก็บอกว่ายังไม่ทราบข้อมูลขอตรวจสอบก่อน

ในวันที่ 5 เม.ย. ผู้ปกครองก็มาพบตน เปิดคลิปอะไรให้ฟังพร้อมกันกับโค้ช ตนก็บอกว่าขอเชิญคนกระทำมาก่อน เพราะตอนนี้ฟังความข้างเดียว เรียกมาพูดคุยว่าเขาทำจริงหรือเปล่า ซึ่งมันเป็นช่วงสงกรานต์ จึงบอกคุณแม่ว่านัดวันที่ 17 เม.ย. มาคุยกัน ในวันแรกที่แม่เด็กผู้เสียหายมาหา ตนบอกว่าครูที่อยู่เป็นผู้ฝึกสอนมีแค่ 2 คนที่ดูแลนักกีฬา ถามแล้วก็พบว่าเด็กไม่ได้ฟ้องว่าถูกรังแก ยืนยันว่าไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ

พอถึงวันที่ 17 เม.ย. ตนก็เปิดคลิปและหลักฐานให้ผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุตามที่เห็นในหลักฐาน 3 คน ผู้ปกครองยอมรับผิดทั้งหมด ซึ่งทางโรงเรียนก็มีบทลงโทษคือการตัดคะแนน ทำให้ทั้ง 3 คนไม่มีคะแนนความประพฤติเหลือแล้ว เราจึงขอให้เด็กออกจากสถานศึกษา

จากนั้นก็คุยกับแม่ผู้เสียหายแล้วว่าจะให้ลูกเรียนที่เดิมไหม ทางคุณแม่ก็บอกว่าไม่อยากให้เรียนแล้ว ตนเลยแนะนำว่าถ้าอยากไปอยู่ที่อื่นก็จะฝากฝังให้ลูกไปอยู่ที่อื่นให้ ซึ่งล่าสุดตอนนี้เด็ก 2 คนมาเขียนใบลาออกแล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งผู้ปกครองรับทราบ รอมาเซ็นใบลาออก ในวันนั้นที่คุยกันคุณแม่น้องผู้เสียหายบอกว่าอยากให้เด็กได้กลับตัวกลับใจ และยังอยากให้มีอนาคตอยู่ ซึ่งทางโรงเรียนก็ทำได้แค่ตัดคะแนน และสั่งให้ย้ายออก เพราะเด็กยังเป็นเยาวชน หากจะดำเนินคดีก็ต้องทำนอกเหนือจากนั้นเอง

ด้านคุณแม่เผยว่า ก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนไม่เคยพูดข้อเสนออะไรแบบนี้ ไม่มีติดต่อมา และไม่เคยถามเรื่องเงินชดเชยเยียวยาอะไรเลย เพราะแม่ไม่รู้กฎหมายอะไรเลย ผอ.บอกว่ามีกฎระเบียบให้ออกแค่นั้น ส่วนที่ ผอ.เสนอเรื่องของโรงเรียนใหม่ให้นั้น ทางคุณกันเขาประสานให้เรียบร้อยแล้ว

ฝั่งทาง ผอ.กล่าวต่อว่า ขอบพระคุณแม่ที่กล้ามาเปิดเผย เพราะตนเองอยู่ในโรงเรียนก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นมาก ก็ต้องมาตระหนัก และต้องเข้มงวดมากยิ่งขึ้นในเรื่องของการออกสื่อ ส่วนในเรื่องห้องน้ำก็ได้ยื่นของบประมาณไปแล้ว ซึ่งน้ำที่ใช้อยู่ตอนนั้นมันเป็นน้ำกร่อย จึงเป็นสีสนิม แต่อย่างไรก็ตามก็ได้ประสานเรื่องงบและการปรับปรุงห้องน้ำไปแล้ว

ด้าน ทนายอังศวีร์ อนุวัตน์รุจิกร อนุกรรมการสภาทนายความจังหวัดนครปฐม หรือทนายโรส เผยว่า เรื่องที่รุ่นพี่ทำร้ายร่างกายต่างๆ ให้ได้รับอันตรายทั้งร่ายกายและจิตใจ โดยเฉพาะการถ่ายรูปน้องแก้ผ้าขมขู่จนรู้สึกแย่ คุณแม่สามารถแจ้งความดำเนินคดีและขอรับเงินเยียวยาได้

ซึ่งทางคุณแม่เผยว่าจะดำเนินคดีอาญา ส่วนเรื่องการย้ายโรงเรียน และดำเนินคดีต่างๆ คุณกันจอมพลังเผยว่า จะมีการดำเนินการหาโรงเรียนทดแทนให้ และตำรวจจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด.

คุณกำลังดู: แม่ร้อง ลูกชายวัย 13 ปี ถูกรุ่นพี่รุมทำร้าย บังคับแก้ผ้าพร้อมถ่ายคลิปข่มขู่จนผวา

หมวดหมู่: สังคม

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด