นักวิเคราะห์คาดยุบสภา ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นระยะสั้น พร้อมเปิดลิสต์ชื่อหุ้นน่าซื้อรับธีมเลือกตั้ง

นักวิเคราะห์ประเมิน ยุบสภาส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นแค่ช่วงสั้น พร้อมจับตาการหาเสียงพรรคการเมือง อาจดันหุ้นบางกลุ่มคึกคัก แนะนักลงทุนปรับพอร์ตหุ้น รับธีมเลือกตั้ง มอง STEC โดดเด่น

นักวิเคราะห์คาดยุบสภา ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นระยะสั้น พร้อมเปิดลิสต์ชื่อหุ้นน่าซื้อรับธีมเลือกตั้ง

หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาให้ยุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 20 มี.ค. 2566 เข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มตัว ทำให้โลกของการลงทุนเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ทั้งนี้ในระยะสั้นนักวิเคราะห์มองว่า ข่าวการยุบสภาจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเพียงระยะสั้น พร้อมจับตานโยบายของพรรคการเมืองที่จะมีผลต่อราคาหุ้นในช่วงเลือกตั้ง


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส ประเมินว่า หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาให้ยุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 20 มี.ค. 2566 ซึ่งเป็นการยุบสภาฯ ส่งผลให้หลังจากนี้ทุกภาคส่วนขององค์กรทางการเมือง ก็จะเข้าสู่โหมดของการเตรียมเลือกตั้งอย่างสมบูรณ์แบบ โดยข้อกำหนดตามกฎหมาย กำหนดให้ต้องจัดการเลือกตั้งหลังยุบสภาแล้วไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน ซึ่งหากกำหนดให้วันเลือกตั้งต้องเป็นวันอาทิตย์ ก็จะมีตัวเลือกเพียง 2 วัน คือ วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤษภาคม 2566 หรือไม่ก็เป็นวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 หลังจากวันเลือกตั้ง

กกต. ต้องรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ได้ไม่น้อยกว่า 95% ภายใน 60 วัน หากใช้เวลาเต็มก็น่าจะเปิดประชุมสภาฯ ครั้งแรกได้ในช่วงกลางเดือน ก.ค. 2566 เมื่อเปิดสภาแล้ว ก็จะทำการเลือก ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็จะทำหน้าที่ ประธานรัฐสภาไปโดยตำแหน่ง กระบวนการถัดไป ก็จะเป็นการให้รัฐสภา (สภาผู้แทนราษฎร + วุฒิสภา) โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
เบื้องต้นจะโหวตเลือกจากบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคเสนอขึ้นไปเป็นตัวเลือกที่จะเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กว่าที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วเสร็จ และจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงดำเนินกระบวนการต่างๆ จนรัฐบาลใหม่สามารถเริ่มทำงานได้ ก็จะกินเวลาช่วงเดือน ส.ค. 2566 ทั้งนี้ประเด็นที่น่าจะต้องติดตาม ในส่วนที่จะมีผลต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ได้แก่

แนวนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ เฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ ว่าจะมีผลดีหรือผลเสีย ต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน มีการพูดถึงแนวทางในการพัฒนาตลาดทุนไทยอย่างไร เช่น แนวคิดเรื่องการจัดเก็บภาษี จากการลงทุนในตลาดหุ้น หรือ การนำ LTF กลับมา หรือไม่อย่างไร

ผลการเลือกตั้ง ภายใต้กติกาการเลือกตั้งใหม่ที่ใช้บัตร 2 ใบ เชื่อว่าพรรคเล็กจะมีโอกาสชนะน้อยลง โดยในส่วนของ Party List ส.ส. 1 คน พรรคต้องมีคะแนนสนับสนุนประมาณ 3.5 แสนคะแนน ส่วนพรรคใหญ่ ประเมินจากสถานการณ์ก็ดูไม่ง่าย เนื่องจากที่ผ่านมามีการย้ายพรรคของ ส.ส. เป็นจำนวนมาก และพรรคใหญ่บางส่วนก็แตกออกมาเป็นพรรคขนาดกลาง-เล็ก ด้วยสภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้การคาดหมายถึงผลการเลือกตั้ง รวมไปถึงการจัดตั้งรัฐบาลทำได้ยาก ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

จากกรอบเวลากว่าที่จะได้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ก็น่าจะเป็นช่วงกลางเดือน ส.ค. 66 ซึ่งใกล้หมดปีงบประมาณ 2566 และกว่าที่กระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2567 ก็ต้องใช้โครงของงบประมาณปี 2566 ใช้ไปพลางก่อน ซึ่งอาจทำให้โครงการลงทุนใหม่ๆ ต้องชะลอออกไประยะเวลาหนึ่ง

ในมุมตลาดหุ้น คาดมีหลายอุตสาหกรรมที่ได้กระแสเชิงบวกจากนโยบายหาเสียงเลือกตั้งของแต่ละพรรคการเมือง ส่วนใหญ่ยังคงเน้นการช่วยเหลือปากท้องประชาชนเป็นหลัก ดีต่อกลุ่ม ค้าปลีก, การเงิน, ธนาคาร, กลุ่มสื่อ,กลุ่มอาหาร และกลุ่มอื่นๆ ได้กระแสเลือกตั้งเฉพาะบางพรรค และความคาดหวังการลงทุนเพิ่มเติม ไอซีที, การแพทย์, เกษตร, รับเหมาก่อสร้าง


นอกจากนี้ฝ่ายวิจัยฯ ทำการคัดกรองว่ามี กลุ่มไหนบ้างที่ได้รับกระแสการเลือกตั้ง และราคายังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาด ทั้ง BEC, PLANB, MAJOR, STEC, CK, MTC, SAWAD, JMT, THANI คาดหวังการกลับมาฟื้นตัว และ Outperform ตลาดในช่วงสั้นๆ ได้


บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ประเมินว่า หลังจากราชกิจจานุเบกษา ประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ แล้ว จากนี้ กกต. จะกำหนดวันที่เลือกตั้งทั่วไปภายใน 5 วัน ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกามีผลบังคับ เราคาดจะมีการเลือกตั้งราว ต้น พ.ค.66 จิตวิทยาบวกต่อหุ้นธีมเลือกตั้ง อาทิ ADVANC, INTUCH, THCOM, PR9, SC, SIRI, NWR, ITD, CPALL, MAKRO, CRC, AMATA, WHA, PLANB


บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในด้านของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนั้น บล.มองว่า STEC มีความน่าสนใจ โดยจากสถิติขึ้นดีก่อนเลือกตั้ง โดยระยะสั้นมี แรงหนุนเชิงบวกจากการเลือกตั้งทั่วไป ทั้งนี้หุ้น STEC ปรับขึ้นดีที่สุด +17% ก่อนการเลือกตั้งครั้งก่อน ปัจจัยหนุนระยะกลาง-ยาว คือ โอกาสในการเข้าประมูลงานใหม่หลังเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อย คาดกำไรสุทธิปี 2566 จะเติบโต 47% เป็น 1.2 พันล้านบาท หนุนโดยรายได้โต 11%, อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น และมี Economy of scale ให้ราคาพื้นฐาน 16.60 บาท อิง P/BV ที่ 1.25 เท่า

คุณกำลังดู: นักวิเคราะห์คาดยุบสภา ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นระยะสั้น พร้อมเปิดลิสต์ชื่อหุ้นน่าซื้อรับธีมเลือกตั้ง

หมวดหมู่: การลงทุน

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด