ปรามาสมาก ยิ่งพยายาม "ลุงตู่" ฮึดสู้กระแสเป็นรอง "บิ๊กป้อม" เปิดนโยบายอีสาน รถไฟทางคู่ ถนน 8 เลน

ปรามาสมาก ยิ่งพยายาม "ลุงตู่" ฮึดสู้กระแสเป็นรอง "บิ๊กป้อม" เปิดนโยบายอีสาน รถไฟทางคู่ ถนน 8 เลน

“อิทธิพร” ลั่นพร้อมเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 100% ย้ำงบฯดูงานอยู่ในกรอบ กกต.พบคนไทยในนิวยอร์ก พท.รุมจี้ “บิ๊กตู่” -กกต.จัดการเหตุปาบึมรถหาเสียง “ภูมิธรรม” ฉะบ่อนทำลาย ปชต. “ประเสริฐ” โวย ตร.ตั้งข้อหาเบาหวิว “ชูศักดิ์” ชี้เข้าข่ายยุบพรรคได้ “หมอมิ้ง” ย้ำเงินดิจิทัลยึดกรอบวินัยการคลัง ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่แจกเป็นสวัสดิการ ทสท.ตั้งเป้าหาเงิน 5 ลล.ใน 3 ปี “ลุงป้อม” นำเปิดนโยบาย “อีสานประชารัฐ” “สันติ” คาดดึงเงินลงทุน 4.5 ลล. “ไพบูลย์” โวแหลกชนะแลนด์สไลด์ รทสช.ชู “ปลดหนี้ด้วยงาน” “ลุงตู่” ไปสวนลุมพินี ปั่นเรือเป็ด-เตะตะกร้อ ลั่นยิ่งถูกปรามาสยิ่งทุ่มเท “มาร์ค” ฟันธงศึกนี้เงินสะพัด “สมชัย” ติงอย่าเคลิ้มไปกับพวกแจกแหลก

ศึกเลือกตั้งที่เริ่มจะเข้าสู่ครึ่งทางหลัง ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. บรรดาพรรคการเมืองยังคงผุดนโยบายด้านต่างๆมาดึงคะแนนความนิยมจากประชาชน ขณะที่ กกต.ยังคงเดินหน้าจัดเตรียมความพร้อมให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ โดยเฉพาะการจัดเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

กกต.พบคนไทยในนิวยอร์ก

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 19 เม.ย.(เวลาท้องถิ่น) ที่วัดพุทธไทยถาวรวนาราม เมืองควีนส์ รัฐนิวยอร์ก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก จัดเวทีรับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นปัญหาต่างๆ ในการจัดการใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร มีนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายนฤชัย นินนาท รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมพบปะตัวแทนชมรมและสมาคมไทย ในรัฐนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียง เพื่อรับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นปัญหาต่างๆ ในการจัดการใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร นายฐิติเชฏฐ์กล่าวถึงการตรวจดูงานในครั้งนี้ว่ารู้สึกประทับใจที่ได้พบและพูดกับคนไทยที่อยู่ในรัฐนิวยอร์กและใกล้เคียง ถึงปัญหาต่างๆ ทั้งวิธีการลงคะแนนบัตร 2 ใบ การนับคะแนน เล่าถึงการทำงานของ กกต. การแก้ปัญหาทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง ถือว่าเป็นประโยชน์กับการทำงานของ กกต. และทำให้คนไทยในต่างแดนเข้าใจการทำงานของ กกต.และการเลือกตั้งมากขึ้น

ส่งตัวแทนซักถามข้อสงสัย

นายนฤชัย นินนาท รองอธิบดีกรมการกงสุล กล่าวถึงความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า คราวนี้เรามีความพร้อมมากขึ้นในการบริหารจัดการเลือกตั้งด้วยระบบ OVMS (ระบบติดตามการเลือกตั้งแบบเรียลไทม์) ทั้งเรื่องการจัดการเลือกตั้งที่คูหาของสำนักงานกงสุลในแต่ละประเทศ การเลือกตั้งทางไปรษณีย์ การส่งบัตรที่ลงคะแนนแล้วกลับประเทศไทย ความพร้อมของเจ้าหน้าที่และสถานที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนชุมชนไทยได้นำคำถามจากคนไทยในสหรัฐฯ มาซักถามเพื่อต้องการคำตอบและความชัดเจนในปัญหาต่างๆได้รับการชี้แจงจนเป็นที่เข้าใจ

รอดูสถานการณ์ซูดาน-ยูเครน

ที่สำนักงาน กกต. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบที่ประเทศซูดานและยูเครนอาจกระทบกับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรว่า จากการประสานสถานทูตไทยประจำกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ที่ดูแลประเทศซูดาน กำหนดแผนจัดหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ไปบริการ แต่อาจต้องพิจารณาว่าทำได้หรือไม่ การตัดสินใจจะอยู่ที่สถานทูต ส่วนยูเครนที่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง 1 คน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสถานทูต การเลือกตั้งที่นี่จะใช้วิธีลงคะแนนทางไปรษณีย์ผ่านบริษัท DHL กกต.จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย เท่าที่ดูไม่น่ากระทบต่อการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของประเทศอื่น ส่วนกรณีคนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรแล้วต้องอพยพกลับไทยจะเสียสิทธิหรือไม่นั้น คิดว่าไม่น่าจะเสียสิทธิเพราะเป็นเหตุสุดวิสัย แต่คงต้องดูอีกครั้งว่าถ้าจะให้ป้องกันเหตุไม่ให้เสียสิทธิ อาจให้แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ์ก็ได้

พร้อมจัดเลือกตั้งนอกประเทศ 100%

ประธาน กกต.กล่าวว่า ส่วนการส่งบัตรเลือกตั้งกลับมาประเทศไทยไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเมื่อปี 2562 มีการซักซ้อมกับกระทรวงการต่างประเทศแล้ว จะเริ่มส่งบัตรลอตแรกกลับมาถึงไทยภายในวันที่ 9 พ.ค. อาจมีบางประเทศที่มีลอต 2 ลอต 3 ก่อนส่งสถานทูตจะทำการคัดแยกบัตรของผู้ใช้สิทธิ เพื่อสะดวกในการกระจายบัตรไปนับยังภูมิลำเนาของผู้ใช้สิทธิและเราจะมีกระบวนการติดตามตลอดการขนส่ง และนับคะแนนพร้อมกันในวันที่ 14 พ.ค. ยืนยันว่าการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรมีความพร้อม 100% ส่วนการเดินทางไปติดตามการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ 6 กกต.ไปดูงานนั้น เพราะมีเวลาน้อยจะไปเพียง 2-3 ประเทศไม่ได้ เราต้องการไปดูให้ทั่วถึง ส่วนข้อวิพากษ์วิจารณ์เรื่องงบที่ใช้นั้น ยืนยันว่าเป็นไปตามที่ได้รับการจัดสรรผ่านการอนุมัติจากสภาฯ ผ่านการตรวจสอบจาก สตง. จะให้สำนักงาน กกต.ชี้แจงในรายละเอียดอีกครั้ง

พท.เปิด 6 นโยบายการศึกษา

เวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ณหทัย ทิวไผ่งาม ประธานคณะทำงานด้านนโยบายการศึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ พรรคเพื่อไทย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคและรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงนโยบายด้านการศึกษาว่า พรรคเพื่อไทยออกแบบนโยบายเพื่อการศึกษา ทำทั้งในระบบการศึกษาและออกแบบแพลตฟอร์มใหม่ให้คนได้เรียนรู้ตลอดชีวิต โครงสร้างใหญ่ถูกคิดจากปรัชญาของพรรค คือนโยบายการศึกษาต้องลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสผ่าน 6 นโยบาย คือ นโยบาย One Tablet per Child with free internet ขจัดความเหลื่อมล้ำการเข้าไม่ถึงการศึกษา สร้างระบบการเรียนรู้ดิจิทัลแบบครบวงจร “แพลตฟอร์ม Learn to Earn” ใครอยากเรียนอะไรต้องได้เรียน นโยบายจบปริญญาตรี อายุ 18 ปี ขจัดเนื้อหาการเรียนที่ทับซ้อนและไม่ทันสมัย นโยบายเรียนอาชีวะฟรีมีอยู่จริง ตั้งแต่ ปวช.-ปวส. เพราะเห็นความสำคัญของกลุ่มอาชีวะน้องๆกลุ่มนี้เป็นแกนหลักด้านอุตสาหกรรม นโยบาย 1 อำเภอ 1 ทุน รื้อฟื้นนโยบายสมัยรัฐบาลไทยรักไทย เพื่อค้นหาเพชรในแต่ละอำเภอมาเจียระไน ให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาในต่างประเทศ กลับมาพัฒนาบ้านเกิดและนโยบายโรงเรียน 2 ภาษาทุกท้องถิ่นยกระดับการเรียนรู้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษา Coding ตั้งแต่ ป.1

จี้ “บิ๊กตู่”–กกต.ชี้แจงเหตุปาบึ้ม

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรถแห่หาเสียงของนายประชา ประสพดี ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ ถูกปาระเบิดระหว่างลงหาเสียงเมื่อวันที่ 19 เม.ย.ว่า การกระทำที่เกิดขึ้นเป็นการใช้อำนาจมิชอบ ขณะนี้อยู่ในช่วงเลือกตั้ง อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กกต. ต้องสืบสวนให้ชัดเจน เพราะผู้ปาระเบิดให้การรับสารภาพว่าเป็นหัวคะแนนของพรรคที่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องชี้แจงว่าเกิดเรื่องนี้ได้อย่างไร จะรับผิดชอบอย่างไร กกต.ต้องเข้ามาดูแล เพราะเข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. เราไม่ควรมีบรรยากาศการเลือกตั้งที่มีการข่มขู่คุกคาม อันนำไปสู่การทำลายระบอบประชาธิปไตย ทำให้เกิดการหวาดหวั่น และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้นอีก

โวยตำรวจตั้งข้อหาเบาหวิว

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานที่เกิดเหตุและสถานีตำรวจอยู่ห่างกันไม่ถึง 1 กิโลเมตร แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับใช้เวลาเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุนานถึง 30 นาที และพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาแก่ผู้กระทำผิดเบาเกินไป ไม่สมเหตุสมผล ปกตินายประชาจะนั่งไปในรถหาเสียงคันดังกล่าวด้วย หากวันนั้นนายประชาอยู่ในรถหมายถึงการประสงค์ต่อชีวิต การตั้งข้อหาที่เบาเกินไป พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ต้องมีส่วนรับผิดชอบ เพราะเป็นการใช้อำนาจคุกคามขู่ขวัญของพรรค การเมือง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพชัดเจนว่าเป็นหัวคะแนนพรรคใดแล้ว ความจริง กกต.ไม่ต้องรอให้พรรคเพื่อไทยร้องเรียน สามารถเข้าไปตรวจสอบ เอาผิดกับพรรคการเมือง และนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังได้ทันที เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.

ขู่เข้าข่ายถึงขั้นยุบพรรคได้

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ต้องเข้ามาดูแล และดำเนินดคี หากสอบสวนพบว่ากระทำผิด อาจมีโทษถึงจำคุกหรือหากสอบสวนแล้วพบว่ามีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องส่งเสริม หรือทราบเรื่องแต่ไม่ห้ามปราม อาจมีผลถึงขั้นยุบพรรคได้ พฤติกรรมข้าราชการที่วางตนไม่เป็นกลางหรือช่วยเหลือสนับสนุนให้เกิดการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กกต.มีอำนาจเสนอย้ายข้าราชการเหล่านั้นให้ออกจากพื้นที่ ขอแจ้งไปยังผู้สมัคร ส.ส. หากพบพฤติกรรมข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลางสามารถใช้กฎหมายเอาผิดได้

“หมอมิ้ง” ย้ำยึดวินัยการคลัง

ขณะที่ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีการชี้แจงนโยบายต่อ กกต.ว่า แผนงบประมาณที่ส่งไปคือแผนที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยคำนวณจากการดำเนินการ 4 ปี เราคิดว่ารัฐมีหน้าที่บริหารให้เศรษฐกิจเติบโต ค่าใช้จ่ายบางเรื่องเป็นของภาคเอกชนที่ร่วมมาสมทบตามกฎหมาย ยืนยันว่าเราเป็นคนบริหารแล้วยึดกรอบวินัยการเงินการคลังอย่างดีที่สุด เห็นได้จากสมัยรัฐบาลไทยรักไทยที่ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้ก่อนกำหนด รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ทำงบขาดดุลแบบลดลงได้เรื่อยๆ หลายพรรคเก่งวิจารณ์คนอื่น แต่ไม่ได้ดูตัวเอง เอกสารที่ออกไปไม่ใช่เอกสารทางการของพรรคเพื่อไทย เรายังไม่ได้สรุปเหรียญที่จะออกจากรัฐบาล ไม่ใช่สกุลเงินใหม่ แต่เป็นเงินตามกฎหมาย ดูที่มาของแหล่งเงินจากของจริงว่าปีหน้าจะมีงบประมาณหมวดไหนอย่างไร เบื้องต้นไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อโครงการนี้ และยืนยันไม่มีการกระตุ้นภาษี เราใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่แจกเป็นสวัสดิการ ไม่มีผลต่อเนื่องเหมือนหลายพรรคที่หากคำนวณยาวๆจะบวม

ปราศรัย กทม.ตะวันออกคึก

ต่อมาเวลา 17.30 น. ที่ลานสวนสยาม กทม. พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัย นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายประเสริญ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. พร้อมผู้สมัคร ส.ส.กทม.โซนตะวันออก 10 เขต อาทิ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา น.ส.สกาวใจ พูนสวัสดิ์ มีประชาชนมารับฟังจำนวนมาก

“อิ๊ง” ย้ำเลือกอย่างมียุทธศาสตร์

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ปราศรัยผ่านวิดีโอคอลว่า ตอนนี้ท้อง 9 เดือนใกล้คลอดเต็มที แต่ใจยังสู้ วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมแล้วจะเข้ามาแก้ปัญหาคาราคาซังของประชาชน นโยบายพรรคโดยเฉพาะ กทม. จะทำให้กลับมาเป็นเมืองแห่งโอกาสของคนไทยทุกคน ทั้งเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต ค่าแรง เขตธุรกิจใหม่ ลดกฎเกณฑ์ข้อกฎหมาย เสริมด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี ยังมีนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ยืนยันทำได้แน่นอน นโยบายดีๆใครก็พูดได้แต่พูดแล้วทำได้คือเพื่อไทย แต่ถ้าเราไม่แลนด์สไลด์เราจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ อาจได้นายกฯคนเดิม ถ้าอยากได้นายกฯคนเดิม เศรษฐกิจเหมือนเดิม เราไม่มาขอแลนด์สไลด์ แต่วันนี้เราขอให้เลือกอย่างมียุทธศาสตร์เพื่อแลนด์สไลด์ปิดสวิตซ์ ส.ว. ปิดสวิตซ์ 3 ป. จะเกิดไม่ได้ถ้าพี่น้องแบ่งใจ อีกอึดใจเดียวได้เพื่อไทยเป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ชีวิตต้องดีขึ้นแน่นอน

รายงานนโยบายถึงมือ กกต.แล้ว

นายเศรษฐาปราศรัยย้ำนโยบายว่า มีคนออกมาพูด คนไม่อยากเกณฑ์ทหารเป็นคนชังชาติ การรักชาติไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นทหารอย่างเดียว พรรคเพื่อไทยสนับสนุนให้เกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ เรื่องคอร์รัปชันก็เป็นอีกเรื่องใหญ่ เพราะเป็นเหตุผลการรัฐประหารตลอด แต่แปลกใจทำรัฐประหารเสร็จ ดัชนีทุจริตสูงขึ้นตลอด ใครกันแน่ทุจริตคอร์รัปชัน พรรคเพื่อไทยไม่ยอมรับการทุจริต เงินทุกบาทต้องตกที่ประชาชน เรื่องเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่พรรคเพื่อไทยเปิดไป ทุกคนออกมาพูดเพราะรู้ว่าโดนใจประชาชน กลัวว่าคนจะชอบแล้วมาเลือกเพื่อไทย วันนี้เราส่งข้อมูลให้ กกต.เรียบร้อย หลายนโยบายที่ตนพูดไปจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่กาทั้งคนทั้งพรรค ขอวิงวอนว่าวันที่ 14 พ.ค.จะเป็นวันเปลี่ยนประวัติศาสตร์การเมืองไทย หวัง ส.ส.ทั้ง 33 เขตใน กทม.ของพรรคจะได้รับการเลือก

“ปิยบุตร” ชี้คำนึงคนส่วนใหญ่

ช่วงบ่ายที่วัดคอนสวรรค์ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ช่วยนายกิตติธัช คำวงษ์ (เต้ย) ผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมิ เขต 7 ปราศรัยหาเสียง โดยจัดเวทีแบบเรียบง่าย ที่ศาลาอเนกประสงค์ นายปิยบุตรกล่าวว่า นโยบายพรรคก้าวไกลที่สำคัญๆ มีกว่า 300 นโยบาย เน้นจุดสำคัญๆเช่น เรื่องที่ดิน สวัสดิการประชาชน การเกณฑ์ทหาร เป็นต้น จากนั้นนายปิยบุตรให้สัมภาษณ์ว่า การออกแบบนโยบายทุกชุดของพรรคก้าวไกล ต้องคำนึงถึงคนส่วนใหญ่ก่อน ส่วนเรื่องการรวมพรรคเพื่อจัดตั้งรัฐบาลนั้น ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคใด ไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้ แต่เท่าที่ติดตามการให้สัมภาษณ์ของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคฯ ยืนยันชัดเจนว่าหากมีพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติ ก็พร้อมจะเป็นฝ่ายค้าน และพร้อมสนับสนุนหลักการพรรคการเมืองที่ได้อันดับ 1 ควรมีโอกาสได้จัดตั้งรัฐบาล ฝากพี่น้องประชาชนสนับสนุนพรรคก้าวไกลและคนรุ่นใหม่ ถึงเวลาที่การเมืองไทยต้องเปลี่ยนแปลง ต้องล้มแชมป์ ส.ส.รุ่นปู่แน่นอน

ทสท.ตั้งเป้าหาเงิน 5 ลล.ใน 3 ปี

ที่สภาหอการค้าไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) พร้อมนายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรค ร่วมหารือแนวนโยบายของพรรคกับสภาหอการค้าไทย นำโดยนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้า ไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ทสท. ประกาศจับมือเอกชน สร้างโอกาสให้เข้าถึงแหล่งทุน และสนับสนุนด้านการตลาดให้กับ SMEs ด้วยกองทุนสร้างไทยมูลค่า 300,000 ล้านบาท ให้เอกชนเข้ามามีส่วนสำคัญปล่อยสินเชื่อโครงการนี้ พร้อมเสนอกฎหมายพักการใช้ใบอนุมัติอนุญาตที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ 1,400 ฉบับ ให้ทำธุรกิจได้สะดวกรวดเร็ว ลดต้นทุน ลดการรีดไถ แก้หนี้ด้วยการสร้างรายได้ใหม่ ไม่ใช่กู้มาโกง ทั้งหมดตั้งเป้าสร้างรายได้ 5 ล้านล้านบาท หรือ 35% ของ GDP ใน 3 ปี

ภท.เต้น “ชูวิทย์” โพสต์ซื้อเสียง

นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์คลิประบุว่า อสม.เริ่มเดินสายจดรายชื่อตามบ้านเพื่อซื้อเสียง พร้อมระบุเป็นผู้สมัคร ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล โดยคลิปเป็นแผ่นพับของนางจิดาภา สุนทรธนากุล ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 2 พรรค ภท.ว่า พรรคตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วยืนยันว่าผู้สมัครของพรรคที่อ้างว่ามีชื่อในคลิป รวมทั้งผู้ช่วยหาเสียงทั้งหมดไม่มีพฤติการณ์ตามที่ปรากฏอยู่ในคลิป มั่นใจสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกระบวนการใส่ร้าย ตนไม่ให้ราคาคนโพสต์ วันนี้มีพรรคที่ถูกกล่าวหาแบบนี้ ควรช่วยกันปกป้องว่ามีการใส่ร้ายป้ายสีหรือไม่ ควรช่วยกันใช้สติปัญญา ตรึกตรองว่ามันเป็นไปได้หรือไม่ เพราะอาจถูกกลั่นแกล้ง ขณะที่นางจิดาภาที่ปรากฏในแผ่นพับหาเสียงในโลกโซเชียล ถูกนายชูวิทย์นำมาโพสต์ กล่าวว่า ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพนพิสัยแล้ว ทั้งกรณีป้ายถูกทำลายและคลิปที่แพร่ทางโซเชียล ส่วนคลิปที่ระบุว่าเป็น อสม.ล่าชื่อนั้น ย้ำว่า ไม่รู้จักบุคคลในคลิป ไม่เป็นความจริง เป็นความเท็จทั้งหมด

เมาหมัดหนุน–ต้านบุหรี่ไฟฟ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศชัดไม่มีนโยบายผลักดันให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย แต่ปรากฏว่าที่ จ.เชียงราย นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ขึ้นป้ายหาเสียงในพื้นที่ “ผลักดันบุหรี่ไฟฟ้า” จากการสอบถามนพ.เอกภพชี้แจงว่า ที่นายอนุทิน ไม่ผลักดันให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายนั้น เป็นช่วงที่นายอนุทินได้รับข้อมูลจากการศึกษาครั้งแรกด้านเดียว แต่จากข้อมูลการศึกษาวิจัยของอังกฤษ เห็นว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่จะเลิกสูบบุหรี่ไม่เป็นอันตราย สามารถควบคุมการใช้และเก็บภาษีมีรายได้เข้าประเทศ ซึ่งนายอนุทินก็ใจกว้างรับฟังข้อมูลเหตุผลจากลูกพรรคทุกคน

เปิดนโยบาย “อีสานประชารัฐ”

ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เวลา 15.05 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และ พล.อ.ธัญญา เกีรยติสาร กรรมการบริหารพรรค หัวหน้าทีมเลือกตั้งภาคอีสาน ร่วมแถลงข่าวเปิดนโยบาย “อีสานประชารัฐ” พัฒนาภาคอีสานด้วยรถไฟทางคู่ บึงกาฬ-อู่ตะเภา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะพัฒนาภาคอีสาน 24 จังหวัด และภาคตะวันออกให้เป็นรถไฟทางคู่ จาก จ.บึงกาฬ-ท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือมาบตาพุด-สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง มีทางผ่านรถไฟ 13 จังหวัดเชื่อมต่ออีก 11 จังหวัด ระยะทาง 480 กม. เราทำเพื่อคนอีสานโดยเฉพาะ เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพให้คนอีสาน และที่ภาคอีสานมีทั้งหมด 133 เขต คิดเป็น 1 ใน 3 ของประเทศ เราทำอีสานก่อนจากนั้นจะทำภาคเหนือและใต้ต่อไป ส่วนเรื่องงบประมาณที่จะใช้ยังไม่ได้คิด แต่ไม่ต้องห่วง สามารถดำเนินการได้แน่นอน

“สันติ” คาดดึงเงินลงทุน 4.5 ลล.

นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า เราจะพัฒนาอีสาน เปิดภาคอีสานให้ทันต่อโลก ขณะที่พรรคอื่นขอแต่แลนด์สไลด์ แต่ไม่เคยเห็นว่าจะพัฒนาภาคอีสานให้พ้นความยากจน หรือนำเงินลงทุนมหาศาลไปพัฒนา มีแต่ พปชร.ที่ให้ความสำคัญกับชาวอีสาน รถไฟทางคู่แบบใหม่มีรางขนาด 1.435 ม. มาตรฐานเดียวกับรถไฟความเร็วสูง จะสร้างทางหลวงพิเศษ 8 ช่องจราจร ตลอดแนวเส้นทางรถไฟ สร้างนิคมอุตสาหกรรม ขนาด 20,000 ไร่ 6 แห่ง กว่า 6,000 โรงงาน เป็นนิคมอุตสาหกรรมนำสมัย รวมถึงสร้างวิทยาลัยอาชีวะเตรียมแรงงานที่มีทักษะและคุณภาพมารองรับ โครงการพัฒนาท่าเรือบก คาดว่าจะดึงดูดเงินลงทุนเข้าประเทศได้ 4.5 ล้านล้านบาท มีหลายประเทศสนใจ อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน และชาติในยุโรป นโยบายของเราอย่าไปใช้คำว่าแข่งกับแลนด์สไลด์ แต่นโยบายเราตั้งใจพัฒนาอีสานให้กับลูกหลานชาวอีสานมีศักยภาพ

“ไพบูลย์” โอ่ชนะแลนด์สไลด์

เมื่อถามว่านโยบายดังกล่าวได้ยื่นชี้แจงรายงานต่อ กกต.หรือยัง นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. ตอบว่า ยื่น กกต.เรียบร้อยแล้ว เมื่อถามว่าโครงการนี้เพื่อเอามาแข่งกับแลนด์สไลด์ ใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ตอบว่าจะมาชนะแลนด์สไลด์

รับดีเบตร่าง รธน.ฉบับใหม่

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า ได้ตอบรับเป็นตัวแทนพรรคเข้าร่วมเวทีดีเบตคณะทำงานเวทีนักการเมืองกับเครือข่ายรัฐธรรมนูญคนจน ในวันที่ 28 เม.ย.ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพราะเห็นว่าจุดประสงค์จัดงานเพื่อให้นักกฎหมายมามีส่วนร่วมยกร่างรัฐธรรมนูญคนจน ตรงกับแนวทางของพรรคที่ให้ความสำคัญกับคำว่า ประชาและรัฐ โดยรัฐจะเข้มแข็งอยู่ได้ต้องมาจากประชาชนที่เข้มแข็งการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องรับฟังเสียงประชาชนทุกสาขาอาชีพ ตั้งแต่ขั้นตอนออกเสียงประชามติ และระหว่างการจัดทำร่างฯ

รทสช.โชว์ “ปลดหนี้ด้วยงาน”

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงนโยบาย “ปลดหนี้ด้วยงาน” ว่า เป็นนโยบายที่พรรคจะนำมาใช้แก้ปัญหาหนี้ภาครัฐ เช่น หนี้จากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ตั้งใจจะไม่ใช้หนี้คืนเลย กลุ่มนี้ต้องจัดการเด็ดขาด ด้วยการฟ้องร้องบังคับคดี เพราะเป็นคนที่ตั้งใจไม่ใช้หนี้ ทำให้รุ่นน้องเสียโอกาสทางการศึกษา 2.กลุ่มที่ไม่ได้ตั้งใจโกง แต่ประสบปัญหา อาทิ ยังหางานทำไม่ได้หรือได้งานแต่เงินเดือนไม่เพียงพอใช้หนี้ และ 3.กลุ่มที่มีงานมีเงินแต่ภาระทางครอบครัวมีมาก ไม่พอจะชำระหนี้กองทุนฯ สองกลุ่มหลังไม่ควรดำเนินคดีเขาเพราะไม่ได้ตั้งใจโกง แต่เพราะไม่มี ควรสร้างโอกาสเพราะเป็นกลุ่มคนที่มีความรู้ จึงเกิดแนวทาง “ปลดหนี้ด้วยงาน” เป็นการเปิดโอกาสให้เข้ามาช่วยงานรัฐเพื่อปลดหนี้ เชื่อว่าจะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย การฟ้องร้องได้กระดาษหนึ่งแผ่น เป็นคำพิพากษาว่าชนะคดี แล้วได้อะไร เมื่อเราส่งเขาไปมีความรู้ ทำไมเราไม่ให้โอกาสเขาเอาความรู้ไปช่วยเหลือสังคมให้กับรัฐ

“ลุงตู่” ปั่นเรือเป็ด–เตะตะกร้อ

ช่วงเย็นที่สวนลุมพินี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค รทสช. พร้อมนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ช่วย น.ส.ศิรินันท์ ศิริพานิช นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. หาเสียง พล.อ.ประยุทธ์ได้ทักทายประชาชนที่มาออกกำลังกาย และร่วมเตะตะกร้อกับเยาวชน มีนายพีระพันธุ์ และนายธนกรร่วมเล่นด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าว่าทิ้งไปนาน เคยเล่นออกกำลังกายที่ทำเนียบฯ และเล่นตะกร้อวงกับพวกทหาร จากนั้นได้ปั่นเรือเป็ดสีเหลืองที่บึงน้ำพร้อมผู้สมัคร ส.ส.

ยิ่งถูกปรามาสยิ่งต้องทุ่มเท

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกระแสของพรรคที่ดูยังเป็นรองว่า “ยิ่งถูกปรามาสมาก ต้องยิ่งพยายาม เรามีหัวใจยิ่งใหญ่อยู่แล้ว เราให้กำลังใจผู้สมัครทุกเขต จากนี้ไปจะปรับแผนลงพื้นที่พบประชาชนมากกว่าการขึ้นเวทีปราศรัย เรื่องลาราชการหาเสียงถ้าจำเป็นก็ต้องลา เพื่อทุ่มเทการหาเสียงให้กับพรรค เหนื่อยแค่ไหนก็ทำได้ ชีวิตยังให้ได้เลยเพื่อประเทศชาติ สำหรับคนรุ่นใหม่ต้องถามว่าเขาต้องการอะไรในอนาคต ต้องดูด้วยว่าปัจจุบันอยู่ตรงไหน ซึ่งผมก็มีความเป็นห่วงเยาวชน” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นรถบัสไฟฟ้าอีวีไปยังถนนเยาวราช ท่ามกลางความสนใจจากสื่อมวลชนไทย และสื่อต่างประเทศร่วมทำข่าว

ค่าไฟพุ่งกระฉูดเป็นตามกลไก

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า จากการลงพื้นที่มีประชาชนสะท้อนปัญหาเรื่องค่าไฟฟ้ามากที่สุด ไม่ได้นิ่งนอนใจจะไปดูเรื่องโครงสร้าง ขอร้องสื่อก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ ถ้าทำให้ได้ ทำไมจะไม่ทำ สั่งการไปแล้ว กลไกมันมีอยู่แล้วรื้อมาดูใหม่ได้หรือไม่ต้องว่ากันอีกที และนโยบายพรรคมีเรื่องพลังงานอยู่แล้ว เมื่อถามว่าบางพรรคนำเรื่องค่าไฟฟ้าไปโจมตีว่าอุ้มนายทุน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า อุ้มนายทุนที่ไหนเขาเป็นสัญญา มาทำใหม่เป็นโรงไฟฟ้าแนวใหม่ ไม่ใช่โรงไฟฟ้าแบบเดิม เท่าที่ฟังเหตุผลโรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมัน ใช้ถ่านหินหมดอายุจะเปลี่ยนไปใช้โรงไฟฟ้าแก๊ส พลังงานหมุนเวียน ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนเปลี่ยนผ่าน แต่ที่สุดปัญหาตอนนี้มาจากราคาต้นทุน ต้องหาเงินไปดูแลประชาชน ต้องขอไปที่ กกต. วันนี้เราดูแลคนที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 300 บาทไปแล้ว

“ชูวิทย์” ดักพบทำหาเสียงกร่อย

กระทั่งเวลา 18.00 น.ที่โรงพยาบาลเทียนฟ้า มูลนิธิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯ รทสช. เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเดินหาเสียงย่านเยาวราชแวะชิมร้านขนมหวานเก่าแก่อายุ 50 ปี และแวะกินเกี้ยมอี๋ที่ร้านยู้ลูกชิ้นปลาเยาวราช ทั้งนี้นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดังที่มาดักรอตั้งแต่ช่วงเย็น ตัดสินใจเดินเข้าไปหาพล.อ.ประยุทธ์ พร้อมถือโทรโข่งประกาศถามนายกฯว่า “เยาวราชมันบ้านผม ผมจะมาต้อนรับบ้างไม่ได้หรือ ทำไมต้องกันกันด้วย มาวันนี้อยากถามจุดยืนนายกฯว่าจะเอาอย่างไรกับนโยบายกัญชาเสรีของภูมิใจไทย เห็นด้วยหรือคัดค้าน พูดให้ชัดสังคมจะได้รับรู้ ไม่เป็นไรไว้เจอกันใหม่ได้” ขณะที่นายหิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรค รทสช. ได้เข้าไปรายงานสถานการณ์ ทำให้ต้องหยุดรับประทาน จากนั้นนายหิมาลัยและทีมรักษาความปลอดภัยได้เดินนำ พล.อ.ประยุทธ์ ออกทางซ้ายของร้านอย่างรีบร้อนเพื่อเลี่ยงเจอกับนายชูวิทย์ และยุติการเดินหาเสียงทันที ขณะจะขึ้นรถผู้สื่อข่าวถามว่าถือว่าทำให้เสียบรรยากาศหาเสียงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็มีบ้าง

“ท็อป” มั่นใจดึงกลุ่มพลังเงียบ

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงผลโพลและการปรับยุทธศาสตร์หาเสียงว่า ผลโพลที่ออกมาบางครั้งไม่มีชื่อพรรค ชทพ. หรือชื่อตน แต่เป็นแรงผลักดันทำให้ผู้สมัคร ส.ส. และผู้บริหารพรรค ต้องทำงานหนักในช่วงเวลาที่เหลือ การปรับแผนมีความสุ่มเสี่ยง แต่สิ่งที่พรรคมีอยู่เรามั่นใจในการนำเสนอ และจะเพิ่มความเข้มข้นในการพบปะประชาชนการดีเบตสร้างความเข้าใจ รวมถึงการให้สัมภาษณ์สื่อ เชื่อว่าช่องทางเหล่านี้ จะช่วยสะท้อนความเป็นตัวตนของพรรคได้ชัดเจนมากขึ้น มั่นใจว่าจะดึงพลังเงียบที่อยู่ในประเทศไทยออกมาเป็นคะแนนได้ กลุ่มพลังเงียบมีอำนาจในการตัดสินใจเยอะมาก

ติดโซลาร์เซลล์จ่ายคนละครึ่ง

นายวราวุธยังกล่าวถึงปัญหาค่าไฟฟ้าแพงว่า การแก้ปัญหาระยะสั้นคือต้องส่งเสริมให้ติด“โซลาร์รูฟท็อป” และลดขั้นตอนการซื้อขายไฟระหว่างภาครัฐกับประชาชน เราเสนอให้ผลักดันการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้มากที่สุดให้เร็วที่สุด ในช่วงที่ราคาน้ำมันแพง ค่าแก๊สแพง แม้ไม่มีภาษีนำเข้าของแผงโซลาร์เซลล์แล้ว แต่ยังมีราคาบางส่วนที่สูงอยู่ พรรคจะเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนการติดตั้ง 50:50 กับประชาชน คือรัฐออกครึ่งหนึ่ง ให้ประชาชนออกอีกครึ่งหนึ่ง เป็นการบรรเทาสถานการณ์ที่ค่าไฟแพงเช่นนี้ คิดว่ารัฐบาลชุดหน้าที่จะเข้ามาต้องคิดเรื่องค่าไฟ เพราะปีหน้าและปีถัดไปยังอยู่ในช่วงเอลนีโญ ทำให้อากาศร้อนมากค่าไฟก็จะพุ่งอีก ดังนั้น จากนี้ไป 1 ปี แนะนำให้ภาครัฐสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้มากที่สุดและให้เร็วที่สุด

“อภิสิทธิ์” ควง “เดียร์” ลุยบางรัก

ที่เขตบางรัก กทม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ลงพื้นที่ย่านบางรัก ช่วยหาเสียงให้นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หวังว่าประชาชนจะให้การตอบรับพรรค ปชป.อีกครั้ง นางเจิมมาศทำงานในพื้นที่มานาน ดีใจที่คนยังเข้ามาทักทายแสดงถึงความผูกพันที่ยังมีต่อกัน ยอมรับว่าการแข่งขันรุนแรงมาก มีหลายปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชน แต่เรายังคงเน้นย้ำความเป็นประชาธิปัตย์ ขณะที่ น.ส.วทันยากล่าวว่า เรามีนโยบายแยกเฉพาะ กทม. เช่น แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 น้ำท่วม น้ำเค็มในเขตทุ่งครุ-ราษฎร์บูรณะ ที่ทำให้ส้มบางมดที่เป็นความภาคภูมิใจของคน กทม. ผลผลิตเริ่มน้อยลง

เสียดาย รบ.บริหารค่าไฟแพง

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงปัญหาค่าไฟฟ้าแพงขึ้นว่า ตนมีแนวคิดให้ใช้ไฟฟรีในครัวเรือนที่ใช้ไฟปริมาณไฟไม่สูง แต่ผู้ใช้ไฟรายใหญ่ควรจ่ายในอัตราไฟก้าวหน้า น่าเสียดายในวันที่ราคาพลังงานตลาดโลกตกไม่มีการบริหารจัดการให้ทั่วถึงเพียงพอเพื่อช่วยในยามที่ราคาแพง นโยบายแต่ละพรรคถ้าเขียนมาแล้วว่าทำได้ต้องแก้ปัญหาได้ มีผลกระทบอย่างไร ยั่งยืนหรือไม่ ขอให้กำลังใจประชาชนช่วงนี้หากมีอะไรที่ต้องการให้พรรคการเมืองช่วยแก้ไข เรียกร้องอะไรขอให้สะท้อนออกมา

“ชวน” ครวญอดีตอ้อนคนกำแพง

ที่ลานหน้าวัดไตรตรึงษาราม อ.เมืองกำแพงเพชร นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป.ลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรค ปชป.มีชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุมามอบพวงมาลัยให้เป็นกำลังใจ โดยนายชวนปราศรัยตอนหนึ่งว่า รู้จักจังหวัดกำแพงเพชรเป็นอย่างดี พรรคเคยมี ส.ส.อยู่หลายคน แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไปการเมืองเปลี่ยนไป ตนเป็น ส.ส.มา 55 ปี คนที่อยู่กับพรรคย้ายพรรคไปกันจำนวนมาก โดยเฉพาะคนเก่าๆของพรรคในกำแพงเพชรย้ายกันไปหมดแล้ว โพลสำรวจทั้งพรรคและทั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในลำดับท้ายๆทุกโพล ดังนั้นต้องมาช่วยหาเสียง โดยจะตระเวนไปตามจังหวัดต่างๆทุกภาค

“มาร์ค” ปลุก ลต.อย่าลองผิดถูก

ที่รัฐสภา เวลา 10.00 น. คณะกรรมาธิการพัฒนา การเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ร่วมกับสถาบันประเทศไทยต่อต้านการทุจริต ม.รังสิต จัดเสวนาการเลือกตั้งปี 66 ส่วนร่วมของประชาชนกับอนาคตของประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ กล่าวเสวนาว่า ประชาธิปไตยของไทยมีปัญหาตกค้างมาจากรัฐธรรมนูญกรณีมาตรา 272 ให้อำนาจ ส.ว. 250 คนเลือกนายกฯ ทำให้เกิดคำถามกระบวนการเลือกตั้งโดยประชาชนมีสิทธิกำหนดอนาคตประเทศได้มากน้อยแค่ไหน เชื่อว่าเลือกตั้งรอบนี้จะซื้อเสียงหนัก อยากให้ประชาชนศึกษาที่มาของนักการเมืองและพรรคการเมือง การหาเสียงพูดนโยบายเอาใจ ไม่มีใครบอกจะเข้าไปโกง ดังนั้นประชาชนต้องศึกษาให้มั่นใจก่อนเข้าคูหา การเลือกตั้งไม่ใช่การลองผิดลองถูก

“สมชัย” ติงอย่าเคลิ้มแจกแหลก

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวว่า ประชาชนต้องรู้และอย่าเลือกพรรคที่บอกจะให้เงิน เพราะทำไม่ได้ภายในงบฯ ปี 67 ขณะนี้กระบวนการจัดทำงบฯทำไว้แล้วรอเสนอต่อสภาฯ 80% เป็นงบไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ อีก 20% เป็นงบลงทุน ไม่สามารถใช้สนับสนุนสวัสดิการประชาชนได้ นโยบายแจกเงินจะไม่สามารถทำได้ทันทีทั้งหมด หากกู้เงินนำมาใช้ประชาชนต้องรู้ว่าหนี้สาธารณะมี 10.3 ล้านล้านบาท หรือ 61% หากกู้อีก 4 แสนล้าน อัตราหนี้จะเพิ่มขึ้น หากกู้มาให้ “เศรษฐา-อุ๊งอิ๊ง” ได้เงิน 1 หมื่นไปซื้อของ เหมาะสมหรือไม่ต้องพิจารณาด้วย ส่วนการตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งต้องมีมารยาททางการเมือง ต้องให้พรรคเสียงมากสุดตั้งก่อน ไม่ใช่จับมือ ส.ว.ต่อรองบางอย่าง ถึงที่สุดถ้าไม่มีใครจับมือกับพรรคอันดับ 1 เพราะประวัติไม่ดี เป็นพรรคน่ารังเกียจ ควรเป็นโอกาสของพรรคลำดับ 2 และ 3

ตร.จับตา ลต. ภาค 2, 7 สู้กันดุ

เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติ ประภัสร์ ผบ.ตร. เป็นประธานเปิดศูนย์รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ศลต.ตร.ร่วมกับสำนักงาน กกต.และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกันวางแนวทางกำชับการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย เตรียมพร้อมก่อนถึงวันเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 7 พ.ค. และวันเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 14 พ.ค. โดยจะใช้กำลังตำรวจกว่า 130,000 นาย ดูแลความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้งกว่า 9 หมื่น หน่วยทั่วประเทศ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย ต่อหน่วยเลือกตั้ง 1 หน่วย ชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดสืบสวนหาข่าว ประเมินว่าเลือกตั้งครั้งนี้การแข่งขันสูง หลายพื้นที่จะจับตาเป็นพิเศษในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 และภาค 7 ที่เป็นพื้นที่ที่แข่งขันกันสูง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าจะมีการใช้ความรุนแรงจนถึงชีวิต

เตือนอย่ารื้อป้ายโดยพลการ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า กรณีเกิดเหตุปาระเบิด ใส่รถหาเสียงในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ หากผู้สมัครรู้สึกไม่ปลอดภัยสามารถร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลได้ ผู้บัญชาการแต่ละหน่วยมีอำนาจพิจารณาอนุมัติตามความเหมาะสม ขณะที่ปัญหาการทำลายป้ายหาเสียง ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. พบว่าป้ายถูกทำลายกว่า 600 ป้าย เกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งจากผู้เห็นต่าง คนเมาสุรา และคนผิดปกติทางจิต ดำเนินคดีไปแล้ว 54 คดี เมื่อถามถึงกรณีข้อร้องเรียนป้ายหาเสียงกีดขวางบดบังวิสัยทัศน์ ผบ.ตร.ตอบว่า การทำลายป้ายหาเสียงถือเป็นความผิดทำให้เสียทรัพย์ ถ้าเห็นว่าจุดไหนไม่เหมาะสมแจ้งมาได้ที่ 191 ตำรวจจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการให้

คุณกำลังดู: ปรามาสมาก ยิ่งพยายาม "ลุงตู่" ฮึดสู้กระแสเป็นรอง "บิ๊กป้อม" เปิดนโยบายอีสาน รถไฟทางคู่ ถนน 8 เลน

หมวดหมู่: การเมือง

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด