“รัฐ”เร่งสร้างอีโคซิสเต็ม ปิดจุดอ่อนธุรกิจสตาร์ทอัพ

การเปลี่ยนแปลงของเทรนด์โลก รวมทั้งปัจจัยความผันผวนและความไม่แน่นอน เป็นอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยการพัฒนาศักยภาพเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ

“รัฐ”เร่งสร้างอีโคซิสเต็ม ปิดจุดอ่อนธุรกิจสตาร์ทอัพ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) มีแนวทางการส่งเสริมสตาร์ทอัพไทย ตั้งแต่ช่วงบ่มเพาะถึงการต่อยอดโมเดลธุรกิจเชิงพาณิชย์เพื่อเพิ่มมูลค่า

เจตนิพิฐรอดภัยรองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกล่าวว่าภาครัฐมีส่วนสำคัญในการเร่งสร้างศักยภาพภาคธุรกิจและความเข้มแข็งของเศรษฐกิจในการก้าวข้ามวิกฤติที่มีต่อเนื่องโดยเทรนด์โลกที่เปลี่ยนไปทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจในอดีตไม่สามารถเดินหน้าต่อในรูปแบบเดิมต้องปรับใช้นวัตกรรมเพื่อต่อยอดโมเดลธุรกิจเดิมโดยอาศัยความร่วมมือกับกลุ่มสตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่เพื่อนำเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์มาใช้เพิ่มมูลค่า

ทั้งนี้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพตั้งแต่ระยะเริ่มต้นถึงระยะเติบโตผ่านโครงการดังนี้โครงการแองเจิลฟันด์โดยร่วมมือกับเอกชนมอบทุนให้เปล่ามูลค่า4ล้านบาทกับสตาร์ทอัพที่ผ่านการคัดเลือกซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี2559-2565โดยสนับสนุนทุนให้เปล่าแล้ว183ทีมและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ650ล้านบาท

โครงการดังกล่าวมีจุดอ่อนเพราะสตาร์ทอัพส่วนใหญ่ไม่สามารถพัฒนาโมเดลธุรกิจที่แข็งแรงสำหรับการต่อยอดการผลิตเชิงพาณิชย์ได้จึงมีโอกาสน้อยที่จะได้รับเงินทุนจากธุรกิจเงินร่วมลงทุน(VC)และเติบโตได้ยาก(Scale Up)กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจึงขยายผลสู่โครงการ Startup Connectปีที่3โดยใช้จุดแข็งเครือข่ายภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศเชื่อม4เครือข่ายสร้างระบบนิเวศ(Ecosystem)ที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเทศโนโลยีเชิงลึกหรือดีพเทค(Deep Technology)ได้แก่

1.เครือข่ายธุรกิจและสตาร์ทอัพสร้างการเข้าถึงการจับคู่ธุรกิจและการรับจ้างผลิตเพื่อลดต้นทุนในการเริ่มธุรกิจ

2.เครือข่ายเงินทุนแบ่งเป็นแหล่งเงินทุนแบบสินเชื่ออาทิกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐและเงินทุนหมุนเวียนของดีพร้อมทั้งนี้ปีงบประมาณ2566จะปรับเงื่อนไขกองทุนเพื่อเติมเงินทุนให้ผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสตาร์ทอัพส่วนเงินทุนแบบไม่ใช่สินเชื่อจะเชื่อมเอกชนรายใหญ่ที่ต้องการลงทุนในสตาร์ทอัพ

3.เครือข่ายตลาดช่วยหาตลาดและช่องทางการขายให้กับสตาร์ทอัพจากเครือข่ายตลาดที่เป็นพันธมิตรกับภาครัฐ

4.เครือข่ายวิชาการนานาชาติสร้างความร่วมมือกับทีมวิจัยด้วยการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้เทคโนโลยีกับต่างชาติเพิ่มศักยภาพพัฒนานวัตกรรม

“รัฐ”เร่งสร้างอีโคซิสเต็ม ปิดจุดอ่อนธุรกิจสตาร์ทอัพ สำหรับการดำเนินโครงการปีที่3เน้นเชื่อมโยงสตาร์ทอัพกับพันธมิตรภาคเอกชนในการสร้าง Co-creationโดยปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์สตาร์ทอัพให้ตรงโจทย์ผู้ซื้อซึ่งสตาร์ทอัพที่ร่วมโครงการปีนี้17บริษัทเป็นสตาร์ทอัพที่เกี่ยวกับBCGอาทิเครื่องตรวจวัดกลิ่นแบบดิจิทัล(Electronic Nose)เครื่องปรับคุณภาพน้ำสำหรับการเกษตรและเครื่องแยกเศษคอนกรีตจากบ่อคายกากลดของเสียจากการก่อสร้างซึ่งสามารถขายผลิตภัณฑ์ได้กว่า350ล้านบาท

นอกจากนี้โครงการส่งเสริมสตาร์ทอัพระยะต่อไปจะเริ่มเชื่อมสตาร์ทอัพกับหน่วยงานรัฐผ่านโครงการStartup Playgroundโดยนำร่องที่กระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อต่อยอดการพัฒนาGovernment 4.0และขยายผลสู่ระบบจัดจ้างภาครัฐ

คุณกำลังดู: “รัฐ”เร่งสร้างอีโคซิสเต็ม ปิดจุดอ่อนธุรกิจสตาร์ทอัพ

หมวดหมู่: ข่าวเศรษฐกิจ/ธุรกิจ

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด