“รองโจ๊ก” แถลงปิดคดีบาร์นำเด็กประเวณี-บังคับสาวคีร์กีซทำงานแก๊งคอลฯก่อนพามาค้ามนุษย์เครี...

“รองโจ๊ก” แถลงปิดคดีบาร์นำเด็กประเวณี-บังคับสาวคีร์กีซทำงานแก๊งคอลฯก่อนพามาค้ามนุษย์เครี...

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่สภ.พัทยา ชลบุรี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 แถลงประชุมสรุปผลการสืบสวนติดตามจับกุมคดีอุกฉกรรจ์และคดีแรกกรณีจับกุมร้านลักลอบค้าประเวณีเด็กจากกรณีเมื่อวันที่ 11 ก.ย.เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองล่อซื้อบริการทางเพศเด็ก ร้านคอบร้า เบียร์ บาร์ ซอยบัวขาว หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และจับกุม น.ส.อรทนา โยธี อายุ 43 ปี เจ้าของร้านความผิดฐาน “แสวงหาประโยชน์จากเด็ก (เกิน 15 ปีไม่เกิน 18 ปี) จากการค้าประเวณีบังคับใช้แรงงานด้วยการฉ้อฉลฯ ค้ามนุษย์” ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ด าเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. สืบสวนขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพัก น.ส.อรทนา ที่หมู่บ้านสวนเนรมิต ซอยชัยพฤกษ์ 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบบิลค่าเครื่องดื่มที่ระบุชื่อพนักงานร้าน เมื่อนำรายชื่อมาตรวจสอบพบมีรายชื่อพนักงานที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 10 คน จึงนำตัวเยาวชนทั้ง 10 คนเข้ากระบวนการคัดแยกเหยื่อพบว่ามีเด็กที่เข้าข่ายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ 6 คน มีเยาวชน 2 รายถูกทางร้านให้ทำงานค้าประเวณีบริการลูกค้าจึงขยายผลออกหมายจับและจับกุมลูกค้าที่มาใช้บริการ 2 ราย เป็นบุคคลสัญชาติบริติชและสัญชาติเยอรมัน โดยดำเนินคดีความผิดฐาน กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่สอง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวเมื่อวันที่ 16 ก.ย. น.ส.อนารา เซตาลีเยว่า อายุ 30 ปี สัญชาติคีร์กีซสถานกระโดดตึกฆ่าตัวตายเหตุเกิดที่โรงแรม ถ.ทัพพระยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยสืบทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตอยู่ในระหว่างการร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่บังคับมาค้าประเวณีที่ สภ.เมืองพัทยา จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ พ.ต.อ.กุลชาต กุลชัย ผกก.สภ.เมืองพัทยา ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากการสืบสวนทราบว่าเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ผู้เสียชีวิตเข้าแจ้ง
ความร้องทุกข์กรณีที่ถูกแก๊งผู้ต้องหาชาวจีนบังคับให้มาค้าประเวณีทั้งในสปป.ลาวและในประเทศไทยจำนวนหลายครั้ง โดยเมื่อประมาณเดือน ก.ค.ผู้เสียชีวิตถูกเอเย่นชาวจีนหลอกว่ามีงานเกี่ยวกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวใน สปป.ลาว รายได้เดือนละประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน แต่เมื่อไปถึงกลับเป็นงานคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงเงินจากผู้อื่น ผู้เสียชีวิตไม่สามารถทำได้แก๊งคนจีนจึงได้บังคับผู้ตายค้าประเวณีอยู่ที่ประเทศลาว ต่อมาวันที่ 27 ก.ค. แก๊งชาวจีนพาผู้เสียชีวิตเข้าประเทศไทยและนำไปบังคับค้าประเวณีให้กับลูกค้าที่กรุงเทพฯ และเมืองพัทยา โดยข่มขู่ว่าหากหลบหนีหรือแจ้งตำรวจจะนำคลิปที่แอบถ่ายไว้ไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ ต่อมาวันที่ 11 ก.ย.ผู้เสียชีวิตตัดสินใจขอความช่วยเหลือไปยังสถานทูตคีร์กีซสถาน ซึ่งอยู่ในประเทศมาเลเซีย ก่อนจะได้รับการติดต่อและส่งที่ปรึกษาทางกฎหมายเข้าให้การช่วยเหลือในคดีและเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา วันที่ 14 ก.ย. จากนั้นเข้าสู่กระบวนการคัดแยกเหยื่อต่อเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ และตัดสินใจกระโดดตึกฆ่าตัวตายในภายหลัง

รองผบ.ตร. กล่าวว่าต่อมาวันที่ 15 ก.ย.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำผู้เสียหายจนระบุตัวผู้ต้องหาแก๊งชาวจีนได้ 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.โรว หลี่ อายุ 27 ปี สัญชาติจีน น.ส.ซง เจี้ยน หลี่อายุ 32 ปีสัญชาติจีน และนายหนิน เว่ย สุย อายุ 48 ปี สัญชาติจีน โดยนายหนิน เว่ย สุย ทำหน้าที่พาผู้เสียชีวิตไปส่งให้ลูกค้าตามสถานที่ต่างๆ โดยหลังจากที่ถูกบังคับค้าประเวณีเสร็จ ผู้เสียชีวิตจะต้องให้ลูกค้าสแกนจ่ายเงินเข้าบัญชีของ น.ส.โรว หลี่ และ น.ส.ซง เจี้ยน หลี่ ต่อมาเมื่อวันที่  17 ก.ย.พนักงานสอบสวนขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ กระทำการโดยการขู่เข็ญ ข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ หลอกลวงกักขังหน่วงเหนี่ยว ใช้อำนาจมิชอบอันเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น, เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่น” และสามารถติดตามจับกุม น.ส.โรว หลี่ ได้ที่คอนโดเบล พระราม 9 ส่วนอีก 2 รายอยู่ในระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่านอกจากนี้ขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 450/44 หมู่บ้านณัฐชา ซอยเฉลิมพระเกียรติ 6 หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งผู้เสียชีวิตได้ให้ข้อมูลว่าเป็นสถานที่ที่เคยถูกแก๊งคนจีนกักขังไว้เพื่อบังคับค้าประเวณี ผลการตรวจค้นไม่พบผู้เสียหายเพิ่มเติม พบบุคคลอยู่ในบ้านดังกล่าว 3 คน คือนายหวัง กัง อายุ 45 ปี สัญชาติจีน (แฟน น.ส.โรว หลี่)นายอิสรา แซ่ม้า อายุ 30 ปี สัญชาติเมียนมา(เป็นล่ามให้คนจีน)และนายธงชัย ลีโชติถาพร อายุ 40 ปี (คนขับรถ)เบื้องต้นอยู่ในระหว่างการรวบรวบพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับคดีดังกล่าว แต่เนื่องจากพบการกระทำผิดอื่นอีกจึงจับกุมนายหวังกัง ความผิดฐาน “รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือให้คนต่างด้าว ทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ์จะทำได้” และจับกุมนายอิสรา ดำเนินคดีความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้และเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนออกนอกเขตโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย” ส่วนในกรณีการที่ผู้เสียชีวิตตัดสินใจกระโดดตึกฆ่าตัวตายนั้น ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ทราบจนปรากฎพยานหลักฐาน รวมทั้งตรวจสอบภายในห้องพักผู้ตายพบว่า ผู้ตายมีอาการซึมเศร้าและต้องมีการทานยาเพื่อรักษาอาการ และยังพบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือโดยบอกกับน้องสาวว่าจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง มีคลิปวีดีโอสั่งเสียกับน้องสาวจึงเชื่อว่าผู้ตายตัดสินใจฆ่าตัวตายเอง ไม่ได้มีบุคคลอื่นทำให้ตายแต่อย่างใด

คุณกำลังดู: “รองโจ๊ก” แถลงปิดคดีบาร์นำเด็กประเวณี-บังคับสาวคีร์กีซทำงานแก๊งคอลฯก่อนพามาค้ามนุษย์เครี...

หมวดหมู่: อาชญากรรม

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด