ศาลปกครองสูงสุด สั่ง ป.ป.ช.เปิดข้อมูล นาฬิกา "บิ๊กป้อม" ยืมเพื่อน

ศาลปกครองสูงสุด สั่ง ป.ป.ช.เปิดข้อมูล นาฬิกา "บิ๊กป้อม" ยืมเพื่อน

ศาลปกครองสูงสุดสั่ง ป.ป.ช. เปิดข้อมูล “นาฬิกายืมเพื่อน” ของ “บิ๊กป้อม” ภายใน 15 วัน ชี้ละเลยต่อหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร “นิวัติไชย” ยักท่ารอ ป.ป.ช.ใช้ดุลพินิจจะเปิดเผยหรือไม่ “เศรษฐา” เขินหนักถูกทัก “นายกฯ” เมินคู่แข่งทำคลิปล้อเงินดิจิทัลมองบวกแสดงว่านโยบายโดนใจ ยันทุกบาททุกสตางค์ถึงมือชาวบ้าน ก้าวไกลปลุกพลทหาร “กล้ากาก้าวไกล” “ลุงป้อม” ร่อน จ.ม.ฉบับใหม่ อาสาเป็นโซ่ข้อกลางไม่คิดเอาเท่ หวังผลักดันกลุ่มอนุรักษ์-ฝ่ายเสรีฯเดินหน้า รุมโหนค่าไฟแพง “กรณ์” จี้รัฐงดค่าเอฟที 3 เดือน “ไพบูลย์” โยนบาปฝีมือ “ลุงตู่” กกต.ตั้งท่ารอนายกฯขอมา “แสวง” ขานรับ ก.ม.เปิดช่อง “สมชัย” ติงรับลูกมั่วระวังคุก ปธ.กกต.ดึงผู้เชี่ยวชาญร่วมวินิจฉัยนโยบาย “ศรีสุวรรณ-เรืองไกร” รุมบี้สอยนโยบาย พท.

ในที่สุดศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้สำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนคดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กรณีไม่แสดงว่ามีนาฬิกาข้อมือและแหวนประดับหลายรายการ

ศาลสั่งเปิดข้อมูล “นาฬิกาเพื่อน”

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป.ป.ช. เปิดเผยรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนคดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรทราบ กรณีไม่แสดงว่ามีนาฬิกาข้อมือและแหวนประดับหลายรายการของ ป.ป.ช. รวมทั้งความคิดเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทุกคนที่รับผิดชอบในการไต่สวนดังกล่าว และรายงานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมายให้แก่นายวีระ สมความคิด ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา

ตอกหน้า ป.ป.ช.ละเลยต่อหน้าที่

ศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลว่า เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ มีคำวินิจฉัยให้สำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนคดี พล.อ.ประวิตร จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จตามคำขอของนายวีระ สมความคิด และมีผลผูกพันให้สำนักงานป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องปฏิบัติ ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ ดังนั้น การที่สำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่นายวีระ จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด

เลขาฯยักท่ารอ ป.ป.ช.ตัดสินใจ

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดว่า ยังไม่ได้ส่งคำวินิจฉัยเป็นทางการมาให้สำนักงาน ป.ป.ช. หากส่งมาแล้วสำนักงาน ป.ป.ช.จะสรุปเสนอเข้าที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ พิจารณาว่าศาลปกครองมีคำพิพากษาอย่างไร ส่วนจะเปิดเผยหรือไม่ เป็นดุลพินิจคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเปิดโดยอัตโนมัติไม่ได้ สำนักงาน ป.ป.ช.ต้องสรุปเสนอคณะกรรมการป.ป.ช.ในคำพิพากษาศาล ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินการ หากมีมติให้เปิดเผยตามคำพิพากษาศาล สำนักงาน ป.ป.ช.ก็ต้องเปิดเผย แต่โดยปกติหากศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุด ป.ป.ช. ก็ปฏิบัติตามเพราะศาลเป็นคนบอกให้เปิดอะไรที่จะเกิดขึ้นศาลปกครองต้องรับผิดชอบไม่เกี่ยวกับ ป.ป.ช.

“เศรษฐา” เขินถูกทัก “นายกฯ”

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ตลาดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรค และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย เดินตลาดช่วยนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 1 หาเสียง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนมารอให้กำลังใจจำนวนมาก นายเศรษฐาได้สอบถามการค้าขายกับพ่อค้าแม่ค้าได้รับคำตอบว่า “ค้าขายได้บ้างเรื่อยๆ” นายเศรษฐาจึงตอบกลับว่า “รอพรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล จะขายดียิ่งขึ้น” จากนั้นร่วมวงสภากาแฟนั่งดื่มโอเลี้ยงกับชาวบ้าน มีคนเอ่ยแซวว่าคนที่เป็นนายกฯต้องนั่งโต๊ะนี้ทุกคน สมัยนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยมานั่งตรงนี้ ตอนนี้นายกฯเศรษฐาก็มานั่งตรงนี้ ระหว่างที่เดินขอคะแนนเสียง บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างตะโกนเรียกว่า “ท่านนายกฯ” นายเศรษฐาจึงพูดขึ้นว่า “เขินครับ เขินมาก”

เมินคู่แข่งทำคลิปล้อเงินดิจิทัล

ต่อมาที่ลานตลาดหน้าโรงแรมราชาโฮเทล แอนด์ รีสอร์ท อ.โพนพิสัย พรรคเพื่อไทยจัดปราศรัยขอคะแนนเสียงให้กับทีมผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย ทั้ง 3 เขต ได้แก่ นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ น.ส.ชนก จันทาทอง และนายเอกธนัช อินทร์รอด ท่ามกลางพี่น้องประชาชนมาร่วมรับฟังจนล้นพื้นที่ นายเศรษฐาปราศรัยว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาพบปะพี่น้องชาวหนองคายครั้งแรก รู้สึกปลาบปลื้มมาก วันนี้เกษตรกรรายได้ลดรายจ่ายสูง ค่าปุ๋ยแพง หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะมุ่งมั่นสร้างรายได้ให้โตขึ้น 3 เท่าใน 4 ปี เปิดตลาดใหม่ในต่างประเทศ ปุ๋ยอิทรีย์ราคาถูกลง ไม่ได้มาขายฝัน ในอดีตเราทำนโยบายดีๆโดนใจพี่น้องมาแล้ว สำหรับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เป็นนโยบายหลักของเรา แม้จะมีคู่แข่งมาล้อเลียน แต่ถือว่าน่าภาคภูมิใจเพราะนโยบายเราโดน

“อิ๊ง” อ้อนคิดฮอดชาวหนองคาย

ที่ริมโขงบ้านสะเงียว อ.เมืองหนองคาย พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยใหญ่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ปราศรัยผ่านระบบซูมว่า คราวก่อนไปหนองคายมาแล้ว รอบหน้าไปอีกครั้งหวังว่าจะได้เป็นรัฐบาลเพื่อไทยแล้ว วันนี้ขอส่งใจไป อีสานคือบ้านของเพื่อไทย พ่อใหญ่ทักษิณ (ชินวัตร) ฝากบอกว่าคิดฮอดพี่น้องชาวหนองคายเหมือนเดิมเด้อ หนองคายมี 3 เขต ขอแลนด์สไลด์ทั้ง 3 เขต เข้าไปแก้ปัญหาปากท้องให้ ฝากเพื่อไทยเบอร์ 29 ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ อย่าว่อกแว่ก ต้องแน่วแน่ หากแบ่งใจให้พรรคอื่นจะได้นายกฯคนเดิม เราคิดนโยบายโดยนึกถึงประโยชน์พี่น้องเสมอ รถไฟความเร็วสูงวางแผนไว้ตั้งแต่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลัษณ์ ชินวัตร ถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเราจะทำให้เกิดขึ้นอีกครั้ง

ทุกบาททุกสตางค์ถึงชาวบ้าน

นายเศรษฐา ทวีสิน ปราศรัยว่า มีคนพูดว่าภาคอีสานคือบ้านหลังใหญ่ที่สุดของพรรคเพื่อไทย มาเข้าใจความรู้สึกถ่องแท้เมื่อได้มาที่นี่ด้วยตัวเอง รู้สึกซึ้งใจประทับใจมาก วันที่ 14 พ.ค.เป็นวันเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่ เราอยู่ภายใต้ร่มเงารัฐบาลเผด็จการมา 8 ปีแล้ว ทำประเทศถดถอยมากขนาดไหน ช่วง 8 ปีที่ผ่านมาหากเราเป็นรัฐบาลรถไฟความเร็วสูงทำเสร็จไปแล้ว ถ้าได้เป็นรัฐบาลอีกครั้งจะทำรถไฟรางคู่ความเร็วปานกลาง 120 กม.ต่อชั่วโมง จากขอนแก่นไปอุดรธานี แวะหนองคายไปสะพานข้ามแม่น้ำไทย-ลาว เอาพืชผลการเกษตรพี่น้องไปขาย เงินดิจิทัลวอลเล็ตที่ถูกบางพรรคกระแนะกระแหนมาตลอด ยืนยันว่านโยบายเราจะไม่ผ่านคนกลาง ไม่มีการทุจริต เงินรัฐบาลทุกบาททุกสตางค์ส่งตรงเข้ากระเป๋าพี่น้อง เราไม่อดทนต่อการคอร์รัปชันทุจริต จากนั้นช่วงบ่าย นายเศรษฐาและคณะเดินทางต่อไปยัง จ.เลย ช่วยผู้สมัคร ส.ส.เลยของพรรคหาเสียงและจัดเวทีปราศรัยที่ อ.เชียงคาน และ อ.วังสะพุง ท่ามกลางประชาชนที่มารอรับฟังจำนวนมากทั้งสองเวที

มองบวกล้อกันมากแสดงว่าโดน

นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์กรณีพรรครวมไทยสร้างชาติทำคลิปล้อเลียนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตว่า ถือว่าดี ช่วยกันขยายความนโยบายเรา แสดงว่า
มันคงต้องโดน ไม่ขอให้ความเห็นการหาเสียงด้วยวิธีนี้ วิธีใคร วิธีมัน เมื่อถามว่าไม่กังวลวิธีการหาเสียงเช่นนี้ใช่หรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ไม่ได้ใส่ใจ หากเขาคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ถูกต้องก็ทำไป เราเคารพวิธีการทำงานของทุกคน เมื่อถามว่าพื้นที่หนองคายมีการแข่งขันกันดุเดือด ล่าสุดมีคลิป อสม.ไปซื้อเสียง นายเศรษฐาตอบว่า เศร้าใจ ไม่ใช่แค่หนองคาย ทุกที่ มีปัญหาเรื่องนี้เหมือนกัน กกต.ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการซื้อเสียงอยู่แล้ว เรามั่นใจว่านโยบายของเราโดนใจพี่น้องประชาชน เมื่อถามว่า กระแสพรรคจะสู้กับกระสุนอย่างไร นายเศรษฐาตอบว่า ไม่เข้าใจคำว่ากระสุนและไม่ได้ให้ค่า เราเน้นที่นโยบาย

เฉยๆ “ลุงป้อม” ปั่นบัตรสองใบ

เมื่อถามถึงกรณีแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โจมตีแลนด์สไลด์เพื่อไทยว่าไม่มีนโยบายทำให้คนอีสานจริง นายเศรษฐาตอบว่า นโยบายที่ออกไป เพียงพอแล้ว ส่วนพรรค พปชร.จะพูดทำอะไร เชื่อว่าพี่น้องชาวอีสานรู้ทันและฉลาดพอ เราตั้งใจเดินหน้าต่อไป เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. เคลมเป็นผลงานตัวเองที่ทำให้เกิดบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ นายเศรษฐาตอบว่า ไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลังเบื้องหน้า ดูแค่ระบบบัตร 2 ใบ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และหัวใจของพรรคเพื่อไทยคือยึดโยงประชาชนเป็นหลัก เราไม่เอารัฐประหาร เราเป็นเหยื่อของการทำรัฐประหาร ไปดูเอาเองแล้วกันว่าใครทำรัฐประหาร เป็นเรื่องที่ประชาชนตัดสินเองได้ เมื่อถามว่าที่ พล.อ.ประวิตรพูดเช่นนี้จะตอกย้ำว่าสามารถสั่ง ส.ว.ได้หรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า เชื่อว่า ส.ว.เป็นบุคคลที่มีเกียรติ ศักดิ์ศรี ต้องมีจิตวิญญาณเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง “ออกมาฉบับเดียวก็พอแล้ว เพราะเหมือนกันทุกฉบับ ไม่เป็นไรครับ ท่านชอบเขียน ก็รับฟัง เราเป็นมิตร วิธีการที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียง เราก็รับฟังด้วยความเคารพ”

โชว์ “Learn to Earn” ที่จุฬาฯ

ที่ห้องประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พรรคเพื่อไทยจัดเสวนาวงเล็ก “ตัวตึงถาม เพื่อไทยตอบเรื่องการศึกษา : ตอน ถึงจะเรียนอยู่ ก็หาตังค์ได้นะ รู้ยัง” นำโดยนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. น.ส.ณหทัย ทิวไผ่งาม ประธานคณะทำงานด้านนโยบายการศึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค น.ส.ณหทัยกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยนำนโยบายสร้างระบบการเรียนรู้ดิจิทัลแบบครบวงจร “แพลตฟอร์ม Learn to Earn” เพื่อขจัดปัญหาการเรียนรู้ อยากให้ทุกคนเรียนไป ทำงานไป สร้างรายได้ใหม่ให้เกิดขึ้น ระบบดังกล่าวยังมีตัวช่วยทดสอบสมรรถนะของผู้เรียน เพื่อเข้ากับเรื่องที่เรียนและหางานที่เหมาะสมกับสมรรถนะ

ปลุกพลทหารกล้ากาก้าวไกล

ด้านนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงรายละเอียด 52 นโยบายหลัก โดยเฉพาะนโยบายปฏิรูปกองทัพที่ใช้วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ที่ต้องส่งรายงานต่อ กกต.ว่าการ ปลุกความกล้าให้พี่น้องทหารหันมาเลือกพรรค ก.ก. ต้องอาศัยการสื่อสารผ่านเวทีต่างๆ เพื่อส่งสารถึงพลทหารประจำการทุกที่ ทุกกองร้อย ว่า เราก้าวไกลคือพรรคเดียวที่มีนโยบายยกระดับสวัสดิการของทหารชั้นผู้น้อย ไม่เหมือนกับฝั่งที่ไม่เห็นด้วยที่คอยโจมตี ข้อเท็จจริงคือการกาก้าวไกลทหารไทยไม่เหมือนเดิม มีรายละเอียด อาทิ รับใช้ประเทศไม่รับใช้นายพล เงินเดือนโอนครบไม่มีหัก ไม่มีทอน ไม่ถูกธำรงค์วินัยป่าเถื่อน ส่วนเรื่องยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนมาเป็นระบบสมัครใจไม่ใช่เลิกการมีอยู่ของทหาร แต่เป็นการปฏิรูปเพิ่มสวัสดิการที่ดี ทำให้เกียรติยศเกียรติภูมิของกองทัพไทยกลับมา ถ้าปล่อยให้บริหารจัดการเเบบเดิม ต่อให้มีงบมหาศาลกว่านี้ ไม่มีทางได้กองทัพที่เข้มแข็ง

“โรม” ลุยเขากระโดงปักธงบุรีรัมย์

ที่ จ.บุรีรัมย์ นายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายต่อพงษ์ จีนใจน้ำ ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 10 และนายภูวดล ศรีหามาตย์ ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 6 ขึ้นรถแห่ปราศรัยตระเวนในพื้นที่ อ.ประโคนชัย ก่อนไปเดินพบปะชาวบ้าน ที่อุทยานเขากระโดง อ.เมืองบุรีรัมย์ โดยนายรังสิมันต์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค ภท. ระบุว่า พรรค ก.ก.จะไม่มี ส.ส.บุรีรัมย์ แม้แต่คนเดียวว่า ก.ก.จะมี ส.ส.บุรีรัมย์หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายศุภชัย แต่ขึ้นอยู่กับประชาชน กระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงมาถึงบุรีรัมย์แล้ว เชื่อว่าผลงานการสอย รมว.คมนาคม ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ ทำให้ประชาชนเห็นแล้วว่าการเมืองแบบที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เชื่อว่าชาวบุรีรัมย์พร้อมจะเลือกก้าวไกลทั้ง 2 ใบ ให้ก้าวไกลเข้าสภาฯ ให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก.เป็นนายกฯ

“บิ๊กป้อม” เปิดใจไม่ได้คิดเอาเท่

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” โพสต์ข้อความระบุว่า ตอนนี้การหาเสียงเริ่มโจมตีกันรุนแรงมากขึ้น ระดับผู้นำพรรคกลับมาเล่นงานคนที่มีความคิดแตกต่างกับตัวด้วยท่าทีก้าวร้าว ชี้หน้าคนเห็นต่างเป็นศัตรู ด้วยท่าที่ปลุกระดมให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยกรุนแรงมากขึ้น ถือว่าอันตรายอย่างยิ่ง จึงต้องย้ำอีกครั้งว่าประเทศไม่มีทางออกอื่น ต้องร่วมกันก้าวข้ามความขัดแย้ง เรื่องนี้ไม่ใช่มาพูดเอาเท่ หรือสร้างจุดขาย ไม่ได้ตั้งใจสร้างภาพ แต่เป็นความรู้สึกและความคิดที่เกิดจากประสบการณ์ ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง ได้สัมผัสรับรู้มาจากคนในทุกกลุ่ม ทุกวงการ ทั้งฝ่ายอนุรักษนิยมที่ชินกับการจัดการด้วยอำนาจ และฝ่ายเสรีนิยมที่มีธรรมชาติของการเปิดรับความคิดเห็นที่แตกต่างได้มากกว่า จึงตัดสินใจใช้เวลาของชีวิตที่เหลืออยู่หาทางทำให้ประเทศมีทางออกสุขสงบเสียที ความจริงทำเรื่อง “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” มาก่อนหน้านี้แล้ว เห็นได้ไม่ยากจากการแก้รัฐธรรมนูญบัตรเลือกตั้งใบเดียว มาเป็น 2 ใบ ตอนนั้นมีแรงกดดันมากมายทั้งในพรรคและนอกพรรค

ผลักดันอนุรักษ์–เสรีฯเดินหน้า

ข้อความในโพสต์ยังระบุด้วยว่า แม้แต่ผู้นำในทำเนียบรัฐบาลก็ส่งสัญญาณผ่านคนใกล้ชิดว่าต้องกลับเป็นบัตรใบเดียว และปาร์ตี้ลิสต์หาร 500 เพื่อความได้เปรียบพรรคร่วมรัฐบาล ตัดโอกาสที่จะชนะของพรรคฝ่ายค้านที่เป็นพรรคใหญ่ เป็นตนที่เห็นว่าจะใช้อำนาจทำแบบนั้นไม่ได้ ถึงเวลาที่ต้องจัดการให้การเมืองเดินหน้าโดยยึดหลักการประชาธิปไตย ตอนนั้นแม้แต่ในพรรคพลังประชารัฐยังมีแค่ไม่กี่คนที่เข้าใจในแนวทาง “ต้องยืนหยัดในหลักประชาธิปไตย แต่ด้วยความเข้าใจในอนุรักษนิยม” แต่ก็ทำได้สำเร็จตามความตั้งใจ ด้วยประสบการณ์ และความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกฝ่ายที่สั่งสมมา แม้วันนี้จะมีคนโจมตีว่า “เผด็จการจำแลง” เป็นหน้าที่ต้องอธิบายต่อไป ยืนยันว่าถึงวันนี้ประเทศเรายังไม่มีคำตอบอื่น นอกจากทำให้อนุรักษนิยมซึ่งเป็นแก่นของความเป็นชาติอยู่ด้วย และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาไปด้วยเสรีนิยมที่มีความคล่องตัว และได้รับการสนับสนุนจากนานาประเทศมากกว่า เชื่อว่าทำได้

“บิ๊กตู่” นำทีม รทสช.ขึ้นเชียงใหม่

เวลา 11.25 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และแกนนำพรรค ลงพื้นที่หาเสียง จ.เชียงใหม่ โดยเที่ยวบินดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์และคณะ ได้ต่อแถวขึ้นเครื่องและนั่งร่วมกับประชาชน ได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและต่างชาติขอถ่ายเซลฟ่ีด้วยจำนวนมาก จุดแรกเดินทางไปที่วัดยางกวง ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ เข้ากราบพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าแสนแซ่ เพื่อความ เป็นสิริมงคล มีพระครูปลัดธีร์นวัช ญาณสิทธิวาที เจ้าอาวาสวัดยางกวง นำไหว้องค์พระเจดีย์อัฐทิศมงคล และมีตัวแทนชาวเชียงใหม่รดน้ำดำหัวตามประเพณีปี๋ใหม่เมืองให้ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินเยี่ยมพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดประตูก้อม ท่ามกลางเสียงเชียร์อย่างอบอุ่น แวะกินข้าวซอย “ลุงประกิจ กาดก้อม” ข้าวซอยร้านดังเมืองเชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์กินจนหมดชามพร้อมเอ่ยชมว่า “สุดยอด อร่อยกว่าทุกแห่งที่ไปกินมา” โดยมีเจ้าของร้านเข้ามาขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

“องอาจ” โต้ “ลุงป้อม” เข้าใจผิด

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงบทความของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ที่พาดพิงถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ยอมหนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯต่อว่า ข้อความที่ พล.อ.ประวิตรเขียนยังคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ช่วงที่นายอภิสิทธิ์ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค หลังทราบผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการว่าเรามีจำนวน ส.ส.น้อยกว่าเดิม เป็นการแสดงสปิริตความรับผิดชอบต่อผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ส่วนการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคครั้งที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลังมีกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ มีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ไม่ใช่เรื่องที่มีหัวหน้าพรรคคนใหม่แล้วจึงมาบอกให้นายอภิสิทธิ์ลาออก เพื่อที่พรรคจะได้เข้าร่วมรัฐบาล

ปธ.กกต.ดึงผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัย

วันเดียวกัน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งรายละเอียดนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 57 ว่า สัปดาห์หน้าจะนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต. ถ้าเห็นว่าข้อมูลที่ส่งมายังไม่ครบถ้วน จะให้โอกาสส่งข้อมูลเพิ่มอีกครั้ง หากส่งไม่ครบภายในกำหนด จะปรับวันละ 1 หมื่นบาท ไม่เกิน 5 แสนบาท แต่ถ้าผลออกมาว่านโยบายหาเสียงไม่ถูกต้อง ถือว่าเข้าข่ายความผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 73 (5) เป็นเหตุให้นำไปสู่การพิจารณายุบพรรคได้ แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ เรื่องนี้ต้องใช้องค์ความรู้หลายด้าน อาจใช้ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้วย จะวินิจฉัยไปโดยไม่ได้ดูภาพกว้าง หรือฟังความเห็นผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ ส่วนการสืบสวนทุจริตการเลือกตั้ง มีเรื่องการซื้อเสียงเข้ามา 8 เรื่อง มี 15 เรื่องหาเสียงหลอกลวง กกต.มีเงินรางวัลชี้เบาะแสการกระทำความผิด 300,000-1,000,000 บาท

แจงขั้นตอนฟันทุจริตเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า กกต.อาจไม่กล้าแจกใบส้มอีก จากผลคดีของนายสุรพล เกียรติไชยากร อดีต ส.ส. เชียงใหม่ นายอิทธิพรตอบว่า กกต.พิจารณาบนข้อมูลหลักฐานตามกฎหมาย ผลที่ตามมาเป็นอย่างไรต้องยอมรับเมื่อถามย้ำว่าจะพิจารณาเหตุทุจริตทันก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ นายอิทธิพรตอบว่า จะทันหรือไม่ก็ไม่กระทบต่อการดำเนินการของ กกต. เมื่อถามว่าหากครบตามกำหนด 60 วันแล้วพิจารณาเรื่องร้องเรียนไม่ทัน จะต้องปล่อยผีไปก่อนหรือไม่ เพื่อให้มีการจัดตั้งรัฐบาล นายอิทธิพรตอบว่า เราคงปล่อยแบบนั้นไม่ได้จะเป็นการละเลยหน้าที่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน และกระบวนการทำงานของเรา ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับกระบวนการและพยานหลักฐานที่มีอยู่

ตั้งเป้าบัตรเสียไม่เกินร้อยละ 2

เมื่อถามถึงการแยกสีบัตรเลือกตั้ง 2 ระบบ แต่สียังคงใกล้เคียงกัน อาจสร้างความสับสนแก่ผู้ใช้สิทธิได้ นายอิทธิพรตอบว่า สีบัตรที่เราเลือกไม่มีความเกี่ยวพันกับพรรคการเมืองใด ตั้งเป้าให้บัตรเสียน้อยที่สุด ไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ กระบวนการประชาสัมพันธ์ต้องทำให้มากขึ้น ลดความสับสน รวมถึงเรื่องบัตรเขย่งเราให้ความสำคัญ เพราะทราบดีว่าประชาชนให้ความสนใจ จะพยายามไม่ให้เกิดขึ้นอีก จะมีการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) อย่างเข้มข้นอีกที ว่าสิ่งที่พึงปฏิบัติไม่ให้เกิดบัตรเขย่งทำอย่างไร

วางระบบการขนส่งบัตรใหม่

นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียว่า ร่วมคณะนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กกต. ไปดูปัญหาเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพบปะชุมชนไทยที่ประเทศนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย สำหรับที่ประเทศนิวซีแลนด์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ได้พบชุมชนไทยที่วัดญาณประทีบ มีเรื่องสืบเนื่องจากปัญหาบัตรลงคะแนน เมื่อปี 2562 กรมการกงสุลได้วางระบบการขนส่งใหม่ ร่วมกับ กกต. และ บมจ.การบินไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่คนไทยในนิวซีแลนด์ ทางเจ้าหน้าที่การทูตจะรวบรวมและถือจากนิวซีแลนด์มายังนครซิดนีย์ ออสเตรเลียด้วยตัวเอง เพื่อส่งให้ บมจ.การบินไทยที่ซิดนีย์ พร้อมกันนี้ยังอธิบายระบบ ovms ติดตามการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรแบบเรียลไทม์ ของกระทรวงการต่างประเทศ ขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง มีการกำกับดูแลตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

ติวเข้มแจกแจงบัญชีเลือกตั้ง

ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการฯ สำนักงาน กกต. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงเรื่องการจัดทำบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส. โดยมีผู้แทนจากพรรคการเมือง ตัวแทนสำนักงาน กกต.เข้าร่วม การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมทักษะความรู้ ความเข้าใจในการจัดทำบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส.ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อนำไปแนะนำแก่ผู้สมัครและหัวหน้าพรรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า แต่ละพรรคต้องเก็บรวบรวมค่าใช้จ่ายทั้งหลายในการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาการรายงานระดับประเทศไม่ค่อยมีปัญหา

“ศรีฯ” บี้ กกต.สอยนโยบาย พท.

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบรายละเอียดนโยบายหาเสียงที่ใช้จ่ายเงินของพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ครบถ้วนตามเงื่อนไข พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 57 หรือไม่ รวมทั้งสามารถดำเนินการให้เป็นจริงได้หรือไม่ นายศรีสุวรรณกล่าวว่า เห็นว่าคำชี้แจงนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทของพรรค พท.ยังไม่ชัดเจน และความเป็นไปได้ของโครงการมีโอกาสน้อยมาก ยังเห็นว่านโยบายนี้ที่ใช้เงิน 560,000 ล้าน ไม่มีทางทำได้ถ้าไม่ใช้วิธีการกู้เงิน พรรค พท.ไม่ได้ชี้แจงไว้ เรื่องนี้ กกต.ควรเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้ง หากเห็นว่าพรรค พท.ชี้แจงถูกต้องจะเป็นประโยชน์กับพรรค พท.สามารถใช้นโยบายนี้หาเสียงต่อไปได้ หากมีปัญหาต้องสั่งให้ยุตินำไปหาเสียง แล้วเอาผิดตามกฎหมาย และ กกต.ต้องตรวจสอบรายละเอียดนโยบายของพรรคอื่นๆด้วย เพราะ กกต.มีหน้าที่ ถ้านิ่งเฉยอย่าลืมว่า กกต.หลายคนในอดีตถูกลงโทษมาแล้ว

“เรืองไกร” แห่ร้อง 3 เรื่องรวด

ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค พปชร. ยื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบพรรคเพื่อไทย 3 ประเด็น นายเรืองไกรกล่าวว่า 1.กรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พท.และนายณัฐวุฒิปราศรัยว่า “รับเงินหมา กาเพื่อไทย” เข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา73 (5) 2.กรณีที่นายณัฐวุฒิไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค พท.แต่ขึ้นเวทีไปปราศรัยช่วยพรรค พท.ได้อย่างไร ชี้นำครอบงำพรรค พท.หรือไม่ และ 3.นโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 ที่นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท.พูดถึงบนเวทีปราศรัยผิดมาตรา 73(5)หรือไม่ เพราะนโยบายดังกล่าวก่อนเงินจะตกไปในกระเป๋าประชาชนต้องผ่านกระทรวงต่างๆก่อน แล้วหน่วยงานไหนจะรับเงินดิจิทัลตามที่พรรค พท.ได้หาเสียง

“กรณ์” จี้ รบ.งดค่าเอฟที 3 เดือน

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) กล่าวว่า รัฐบาลต้องยกเลิกค่าเอฟทีแก้ปัญหาค่าไฟแพงในช่วง 3 เดือนนี้ทันที ทำได้เลยเพราะต้นทุนการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ลดลงมากจากราคาก๊าซ LNG ถูกลงมาตลอด พรรค ชพก.เสนอว่าต้องรื้อโครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้า เพราะสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าบ้านเราใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลปริมาณสูงเกินกว่า 50% ถ่านหินและน้ำมันมีต้นทุนราว 5 บาท ส่วนพลังงานหมุนเวียน แสงอาทิตย์ใช้ไม่ถึง 10% ต้นทุนประมาณ 2 บาท แต่กลับเลือกใช้น้อยที่สุด ต้องมีความกล้าทางการเมืองรื้อโครงสร้างไฟฟ้า เปิดเสรีให้ประชาชนมีสิทธิลงทุน ไม่ต้องพึ่งทุนใหญ่กับรัฐวิสาหกิจสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่แล้ว ต้องปลดแอกให้ทุกหลังคาเรือนเข้าถึงเงินทุนเข้าถึงแผงโซลาร์เซลล์ ให้สิทธิขายไฟส่วนเกินให้รัฐในราคาเดียวกันกับราคาค่าไฟที่ซื้อจากรัฐที่ซื้อ 5 บาท แต่ปัจจุบันขายคืน 2.20 บาทเท่านั้น

“ไพบูลย์” โยนไฟแพงฝีมือ “ลุงตู่”

นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ยังมีผู้ที่เข้าใจผิดว่าพรรคพปชร.มีส่วนร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ทำให้ค่าไฟฟ้าแพง อย่างเวทีสิทธิมนุษย์ชน ผู้ที่มารับฟังยังเข้าใจผิด เอาตนไปเกี่ยวโยงกับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่อยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนตนอยู่กับลุงป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร. ดังนั้น หวังว่าทุกคนคงเข้าใจว่า พล.อ.ประวิตรไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันกับ พล.อ.ประยุทธ์ เราแยกกัน กรณีไฟฟ้าแพงเป็นปัญหาที่นายกฯในรัฐบาลที่ผ่านมาร่วมกับรัฐมนตรีพลังงานดำเนินการ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพรรค พปชร.เลย ส่วนการแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าให้ลดลงเหลือ 2.50 บาท/หน่วย อันนี้คือพรรค พปชร.อย่างแท้จริง

กกต.ตั้งท่ารอนายกฯของบค่าไฟ

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวกรณีรัฐบาลเตรียมทำเรื่องถึง กกต.ขออนุมัติใช้งบประมาณช่วยเหลือประชาชนแก้ปัญหาค่าไฟแพงว่า หากเสนอมาต้องนำเข้า กกต. มีเกณฑ์การพิจารณาอยู่ ยืนยันว่าไม่เป็นปัญหาต่อ กกต. ผู้สื่อข่าวถามว่า กกต.อาจถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ปลดล็อกให้รัฐบาล นายอิทธิพรตอบว่า อาจถูกมองเช่นนั้นได้ แต่ถ้าเห็นว่าถูกต้องก็อนุมัติไป แต่ถ้าเห็นว่าไม่ใช่ต้องบอกว่าไม่ใช่ ไม่ได้แค่นั้นเอง เรายืนอยู่ตรงกลางอยู่แล้ว ไม่คิดว่า กกต.เป็นเครื่องมือใคร แต่เป็นเรื่องบทบาทหน้าที่ที่ต้องทำ เมื่อเราตัดสินแล้วต้องรับผิดชอบ ไม่ตัดสินไม่ได้ ถ้าเหตุผลดีและสนับสนุนคำขอ ต้องอนุญาต และรับผลไปเมื่อมีผู้ไม่เห็นด้วย หากเห็นว่าไม่ควรทำในเวลานี้ เราก็บอกรัฐบาลว่าไม่ได้ เมื่อถามต่อว่าควรเป็นเรื่องการพิจารณาของรัฐบาลหน้า นายอิทธิพรตอบว่า หากเสนอเรื่องมา กกต.ต้องพิจารณา ไปหลบใต้โต๊ะไม่พิจารณาไม่ได้

“แสวง” ขานรับ ก.ม.เปิดช่อง

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า หากนายกฯส่งเรื่องมาพร้อมกับรายละเอียดขอเงินงบที่จะใช้สามารถดำเนินการเสนอเรื่องเพื่อให้ กกต.พิจารณาได้ ไม่น่ามีปัญหา เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มาตรา 169 ระบุไว้ชัดเจน ถึงการขอใช้งบกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ต้องขอความเห็นชอบที่จะอนุมัติการใช้งบดังกล่าวในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการอยู่แล้ว และเห็นว่าเรื่องดังกล่าวใช้เวลาพิจารณาไม่นาน เนื่องจาก กกต.ประชุมร่วมกันสัปดาห์ละ 3 วันอยู่แล้ว

“สมชัย” ติงรับลูกมั่วระวังคุก

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย (สร.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า มาตรา 169 (3) ของรัฐธรรมนูญ ครม.รักษาการ ใช้งบกลางกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจาก กกต.คุณประยุทธ์ แย้มว่า จะขอมติ ครม.ลดค่าไฟแก่ประชาชน คุณแสวงออกมาเด้งรับว่า เสนอมาเลย กกต.อนุมัติได้เร็วมากเพราะประชุมกันสัปดาห์ละ 3 วันอยู่แล้ว ต้องอ่านมาตรา 169 (4) ด้วยว่า รัฐบาลรักษาการไม่สามารถใช้ทรัพยากรของรัฐ กระทำการใดที่มีผลต่อการเลือกตั้ง งบกลางคือ ทรัพยากรของรัฐ อนุมัติช่วงนี้มีผลต่อการเลือกตั้ง กกต.กล้าอนุมัติต้องกล้าติดคุกด้วย ทางออกบอกไปแล้วเสนอหลัง 14 พ.ค. พ้นเลือกตั้งแล้ว ไม่มีความผิด

“บิ๊กตู่” บวงสรวงหลักเมือง 241 ปี

ที่ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เวลา 07.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาพุทธ และพิธีบวงสรวงสังเวยตามพิธีพราหมณ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาองค์พระหลักเมืองประจำปี 2566 ครบรอบ 241 ปี โดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์ 9 รูป โดยนายกฯถวายเครื่องสักการะพระพุทธรูปบนหอพระพุทธรูป และถวายพวงมาลัย ใส่บาตรประจำวันเกิด ก่อนทำพิธีสักการะองค์พระหลักเมือง ถวายผ้าตาดและพวงมาลัยสักการะเทพารักษ์ทั้ง 5 เติมน้ำมันตะเกียงพระปางนาคปรกครึ่งเหยือก เติมตะเกียงสะเดาะเคราะห์ครึ่งเหยือก จากนั้นทำพิธีจุดธูปเทียนบนโต๊ะบวงสรวง ปักธูปหางที่เครื่องบวงสรวง ก่อนที่โหรหลวงอ่านโองการบวงสรวงองค์พระหลักเมือง และเริ่มพิธีสงฆ์

เรียกคืนเครื่องราช “สิระ” ทุกชั้นตรา

อีกเรื่อง เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่นายสิระ เจนจาคะ ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ดังนี้ 1.เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย เนื่องจากเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี จากกรณี สมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลง ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2564 2.เครื่องราช อิสริยาภรณ์ ชั้นจตุตถดิเรกคุณาภรณ์ และเบญจม ดิเรกคุณาภรณ์ เนื่องจากเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ตามคำพิพากษาของศาลแขวงปทุมวันในคดีหมายเลขแดงที่ 2218/2538 เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2538 ประกาศ ณ วันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2566

คุณกำลังดู: ศาลปกครองสูงสุด สั่ง ป.ป.ช.เปิดข้อมูล นาฬิกา "บิ๊กป้อม" ยืมเพื่อน

หมวดหมู่: การเมือง

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด