เศรษฐกิจโลกปี 66 อึมครึมแต่เอเชียสดใส แนะเก็บหุ้น ทอง มีบิตคอยน์ติดไว้

เศรษฐกิจโลกปี 66 อึมครึมแต่เอเชียสดใส แนะเก็บหุ้น ทอง มีบิตคอยน์ติดไว้

เศรษฐกิจโลกปี 66 ยังอึมครึม แต่เอเชียสวนทางรับความสดใส ผู้เชี่ยวชาญแนะจัดพอร์ตรับความมั่งคั่ง มองหุ้นไทยน่าซื้อ ทองเป็น Safe Heaven มีบิตคอยน์เป็นทางเลือกใหม่ของนักลงทุน

นายอัครนันท์ ฐิตสิริวิทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงาน THE WISDOM Investment Forum : Wealth in Challenging World ว่า สิ่งที่น่ากังวล และกระทบต่อเศรษฐกิจในปี 2566 เป็นอย่างมากคือ ราคาพลังงานที่ไต่ระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลพวงจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างรัสเซียและยูเครน เงินเฟ้อที่ยังทะยานสูงขึ้นของสหรัฐอเมริกา การเดินเกมขึ้นอัตราดอกเบี้ยและประคองผลกระทบจากการขาดแคลนพลังงานของยุโรป รวมถึงการเดินหน้านโยบายโควิดเป็นศูนย์ หรือ Zero Covid ของจีน

ขณะที่ประเทศไทยซึ่งเริ่มเปิดประเทศ ค่อยๆ ฟื้นตัวจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามามากขึ้น แต่ประเทศไทยก็ยังต้องเผชิญกับปัญหารุมเร้าด้านอื่นๆ ได้แก่ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจนถึงระดับ 38 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ตลอดจนต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนพลังงาน ต้นทุนค่าแรง รวมถึงต้นทุนของเงินทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปี 2566 เศรษฐกิจโลกอึมครึม เอเชียสวนทางรับความสดใส

ดร.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2566 จะขยายตัว 2.7% ปรับลดจากที่คาดการณ์ไว้เมื่อต้นปีที่ 3.8% ซึ่งมีโอกาส 25% ที่การขยายตัวจะไปไม่ถึง 2% สะท้อนให้เห็นถึงภาพของเศรษฐกิจโลกในปีหน้าที่นำโดยกลุ่มประเทศมหาอำนาจ ซึ่งจะมีความอึมครึมเพิ่มขึ้น

สหรัฐอเมริกาและยุโรป: ผลพวงของการออกนโยบายรับมือเศรษฐกิจที่ร้อนแรง ราคาพลังงานที่สูง ตลาดแรงงานที่ยังตึงตัว รวมถึงเงินเฟ้อที่ยังสูง ทำให้มีการใช้จ่ายลดลง และเศรษฐกิจชะลอตัว

จีน: มีแนวโน้มเติบโตไม่ถึง 5.5% ตามที่คาดไว้ เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ประกอบกับนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Zero Covid) ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาไม่เต็มที่ รวมถึงปัญหาอสังหาริมทรัพย์ที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องในช่วงที่ผ่านมาหดตัวลง

เอเชีย : โอกาสของตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งแบ่งได้หลายกลุ่ม เช่น กลุ่มความต้องการในประเทศเป็นตัวผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตได้ดี เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ กลุ่มส่งออกพลังงานที่เติบโตจากราคาพลังงานที่ดี เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และกลุ่มที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างไทยและฟิลิปปินส์ที่เศรษฐกิจจะกลับมาพร้อมกับนักท่องเที่ยว

ไทย : ฟื้นตัวดีขึ้น ความแตกต่างระหว่างค่าเงินบาทที่อ่อนและดอลลาร์ที่แข็งค่าจะแคบลง ภาคการส่งออกยังคงได้รับผลกระทบ แต่เศรษฐกิจจะค่อยๆ ฟื้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามา โดยคาดว่าจะเติบโต 3.8% ขยับจาก 3.3% ในปี 2565

นอกเหนือจากการจับตามองเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ทิศทางของดอลลาร์ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ว่าจะรัสเซีย-ยูเครน จีน-สหรัฐฯ หรือจีน-ไต้หวันที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ผู้ประกอบการและนักลงทุนยังต้องรู้จักกระจายความเสี่ยง ประกันความเสี่ยง และทำตัวให้พร้อมรับมือกับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นด้วย

หุ้นไทยยังน่าซื้อ

นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์ บมจ. หลักทรัพย์กสิกรไทย ชี้ว่าในแง่ของการลงทุนหุ้นให้งอกเงยในปีหน้า 2 เรื่องที่ ต้องมอง คือ เงินเฟ้อและ GDP โดยหลักสำคัญที่ต้องรู้ คือ ให้ลงทุนในประเทศที่เงินเฟ้อมาจากฝั่งซัพพลาย หลีกเลี่ยงการลงทุนในประเทศที่มีเงินเฟ้อมาจากฝั่งดีมานด์ โดยไทยคือประเทศที่น่าลงทุนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566

เนื่องจากเงินเฟ้อมาจากฝั่งซัพพลายและอยู่ในช่วงของ Pent Up Demand หรือความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การกลับมาใช้จ่ายมากขึ้นอีกครั้งหลังจากในช่วงที่ผ่านมาการใช้จ่ายชะลอตัว ซึ่งในสัดส่วนการลงทุน 60% ให้แบ่ง 30% เล่นหุ้นในไทย 15% ลงในอเมริกาฝั่งเทคโนโลยี และอีก 15% ลงในจีน ซึ่งควรซื้อหุ้น Domestic ฝั่ง A-share

ทองคำเดินหน้าต่อเป็น Safe Heaven

นายธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มฮั่วเซ่งเฮง กล่าวว่า ทองคำยังเป็น Safe Heaven หรือสินทรัพย์หลบภัยที่ดีของนักลงทุน ซึ่งควรรอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐในเดือน พ.ย. ซึ่งหากส่งสัญญาณชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ถือเป็นช่วงที่ควรเริ่มกลับมาสะสมทองคำเพื่อหวังผลในปีหน้า

ทั้งนี้ ควรหาจังหวะเข้าซื้อสะสม โดยแบ่งเงินลงทุนเป็นหลายส่วนคือ ส่วนที่ 1 ให้เข้าซื้อบริเวณ 1,600-1,614 ดอลลาร์ ส่วนที่ 2-3 ให้เข้าซื้อเมื่อราคาปรับตัวลงต่ำกว่า 1,600 ดอลลาร์ ทั้งนี้ ทองคำสามารถใช้เป็นสินทรัพย์ในการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้


บิตคอยน์ ทางเลือกใหม่ของนักลงทุน

นายพิริยะ สัมพันธารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฉลกดอทคอม จำกัด กล่าวว่า บิตคอยน์เป็นเทคโนโลยีที่ฆ่าไม่ตาย เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าลงทุน ซึ่งหากอยู่ต่อได้อีก 30 หรือ 40 ปี จะเกิดอะไรขึ้นนั้น คือ สิ่งที่น่าจับตาดู โดยในปัจจุบันตัวเลขของการใช้งานยังเพิ่มขึ้นสูงมาก ซึ่งหากจะลงทุนหนึ่งสิ่งที่ควรพิจารณา คือ เรื่องของ 4 Year Cycle หรือการที่ทุกๆ 4 ปี บิตคอยน์จะมีการผลิตลดลงครึ่งหนึ่งหรือ Halving จะช่วยให้มีความแข็งแกร่งในแง่ของการเป็นสินทรัพย์สูงขึ้น และตามมาด้วยการแห่ซื้อของตลาด

สำหรับคนที่ไม่ได้คิดจะลงทุนระยะสั้น หรือเก็งกำไรระยะสั้น และมีการป้องกันความเสี่ยงของตัวเองที่ดี ช่วงนี้ถือเป็นช่วงของการเก็บสะสม แต่สำหรับคนที่ต้องการลงทุน เทรด และเก็งกำไรจริงๆ อาจจะต้องรออีกสักระยะ เพื่อให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนจากตลาดก่อน

คุณกำลังดู: เศรษฐกิจโลกปี 66 อึมครึมแต่เอเชียสดใส แนะเก็บหุ้น ทอง มีบิตคอยน์ติดไว้

หมวดหมู่: ข่าวเศรษฐกิจ/ธุรกิจ

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด