วิเคราะห์ทิศทางการเมืองไทย อนาคตของประชาชนจะเป็นอย่างไร ในการเลือกตั้ง 2566

วิเคราะห์ทิศทางการเมืองไทย อนาคตของประชาชนจะเป็นอย่างไร ในการเลือกตั้ง 2566

เปิดปากกับภาคภูมิ ฟังนักวิชาการวิเคราะห์อนาคตการเมืองไทย หลังยุบสภา หนทางของคนไทยจะเป็นอย่างไรในการเลือกตั้ง 2566

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 มีนาคม 2566 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิต ได้พูดคุยกับ ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต และ รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ในประเด็นเรื่อง การเลือกตั้งปี 2566 หลังจากมีการประกาศยุบสภา

ระบบการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2566 กับปี 2562

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่งเผยว่า เลือกตั้งครั้งนี้ต่างกับครั้งที่แล้ว ในเรื่องของจำนวนของ ส.ส.เขต และปาร์ตี้ลิสต์ที่ลดลง โดย ส.ส.เขต เพิ่มขึ้น 50 เขต ส่วนปาร์ตี้ลิสต์ เหลือ 100 คน และใช้บัตร 2 ใบ

ด้าน รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย กล่าวว่า ในครั้งนี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะแยกจากส.ส.แบ่งเขตเลือกตั้ง บัตร 2 ใบ ไม่มีความสัมพันธ์กัน เป็นระบบการเลือกตั้งแบบคู่ขนาน กระบวนการในการนับคะแนนก็ไม่เกี่ยวกัน และจบที่หาร 100 ทำให้พรรคขนาดเล็กและขนาดจิ๋วงานหนัก เนื่องจากหารกับจำนวนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่งกล่าวต่อว่า ครั้งนี้ไม่เหมือนการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ ที่หลังจากปิดหีบ เราไปรุมที่สำนักงาน กกต.ฟังผลประกาศอย่างไม่เป็นทางการ เพราะรอบนี้ กกต.บอกแบบแบ่งรับแบ่งสู้ ว่าจะไม่มีการรายงานผลแบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันความผิดพลาด แต่ยิ่งเยิ่นเย้อ ทำให้ประชาชนคิดเองเออเองว่า มันเอื้อโอกาสให้ใครหรือเปล่า ก็จะนำไปสู่ภาพลักษณ์ที่ไม่ได้ของ กกต. เพราะหากผลการเลือกตั้งที่มันประกาศแตกต่างจากที่ประชาชนติดตามแบบเรียลไทม์ จะทำให้คนเกิดความสงสัย ว่า เกิดการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส แต่หากมีกระบวนการ หรือคำอธิบายแบบชัดเจน ก็ไม่มีปัญหา

ขณะที่ รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย กล่าวอีกว่า สิ่งที่แตกต่างจากเดิมคือ 1. กติการการเลือกตั้ง 2. อำนาจ คสช.ที่ตอนนี้ไม่มีแล้ว 3. ในแง่ของภูมิทัศน์ทางการเมือง

แต่ก็ยังมีความเหมือนเดิม คือ โครงสร้างทางการเมืองที่ไม่เปลี่ยน เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 ยังคงอยู่ ทำให้เกิดการแยกส่วน ระหว่างระบบเลือกตั้งกับการจัดตั้งรัฐบาล มันถูกดีไซน์มาแบบนี้

แม้ประชาชนเลือกไป แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า ที่ประชาชนเลือกไปนั้นจะได้รับการจัดตั้งเป็นรัฐบาลหรือไม่ เพราะมีอีกเกมหนึ่งในการเลือกตั้ง คือเกมในการจัดตั้งรัฐบาล จากมาตรา 72 ในรัฐธรรมนูญ ที่ให้ ส.ว. 250 คน มาโหวตจัดตั้งรัฐบาล

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ยึดโยงกับประชาชน จะทำอะไรก็ได้ แม้กระทั้งการแบ่งเขต ที่นำไปสู่การไม่ยึดโยงความสัมพันธ์ของนักการเมืองกับประชาชนในพื้นที่ ความยากลำบากคือ ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย เช่นบัตรของหมายเลขผู้สมัคร ที่อาจจะเป็นคนละเบอร์ แม้อยู่พรรคเดียวกันยิ่งการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร อย่างในปี 2562 บางประเทศไม่ถูกนำมาคิดคะแนน อันนี้ถือว่าไม่เป็นธรรม

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย กล่าวเสริมอีกว่า ครั้งนี้เป็นระบบหลายเบอร์ทั่วประเทศ เลือกตั้งจะเป็นบัตรที่มี 400 กับอีก 1 แบบ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เพราะโดยหลักการที่เบอร์ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่จะส่งบัตรอย่างไร

เรื่องแบ่งเขตเป็นปัญหาที่เยิ่นเย้อเรื้อรังในการเมืองไทย เพราะในครั้งนี้ก็เกิดปัญหา ที่เลือกตั้ง ส.ส.ไม่ตรงกัน อย่างในกรุงเทพฯ ที่มีความหนาแน่นของประชากรมากกว่าต่างจังหวัด ทำให้เกิดการแบ่งเค้กเป็นชิ้นๆ แล้วนำมารวม

ขั้วการเมืองไทย จะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย เผยว่า โครงสร้างการเมืองไม่เปลี่ยน เพราะมีเกมจัดตั้งรัฐบาลที่ ส.ว.เข้ามาด้วย จะเป็นเรื่องของคณิตศาสตร์การเมืองกลับมาอีกครั้ง ซึ่งกลายเป็นความบิดเบี้ยว เพราะผลของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่พอไปถึงจุดนึง ก็ไม่ต่อไม่ได้ ถามว่าหากเปลี่ยนระบบเลือกตั้งแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ไหม ก็คงได้ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง กล่าวว่า ถ้าประชาชนมองว่าการเลือกตั้ง จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ทิศทางการเมืองก็อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้แต่แค่วิธีคำอธิบายมันเปลี่ยนแปลงไป คือ เป็นกลุ่มของการฝักใฝ่ หรืออนุรักษ์นิยม เสรีนิยม เป็นการประดิษฐ์คำเชิงอุดมการณ์ ส่วนการสลายตัวของเรื่องการเมืองและเสื้อสีจะเปลี่ยนแปลงไป หากกล่าวถึงพรรคอนุรักษ์นิยมและเสรีนิยม อาจจะมองว่า เป็นฝ่ายค้านและรัฐบาลในปัจจุบันได้ แต่บางพรรคเขาอาจจะไม่ยอม

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัยกล่าวเสริมว่า การแบ่งขั้วทางการเมืองไทยมีมานแล้ว ส่วนแกนๆ หรือความขัดแย้งก็ไม่ได้เปลี่ยนไป เพียงแค่เปลี่ยนในเรื่องของประเด็นและการดีเบตเท่านั้น

ทั้งนี้ การเลือกตั้งท่ามกลางความขัดแย้งจะมี 2 ลักษณะ คือ 1. การแบ่งขั้วทางการเมืองโดยทางอุดมการณ์ อันนี้ยังพอมีคำอธิบาย ส่วนอีกอันนึงคือ ความขัดแย้งทางอารมณ์ความรู้สึก อันนี้น่ากังวล เพราะไม่มีคำอธิบาย เป็นเรื่องของความรัก ความเกลียดชัง

ขณะเดียวกัน เรื่องของพรรคพวกจะมีส่วนสำคัญในการเลือกตั้ง เพราะไม่เป็นเรื่องของหลักเหตุผล เลือกที่ชอบ ก็อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งได้ แต่หากประชาชนต้องการเลือกตั้ง เพื่อการเปลี่ยนแปลงจริงๆ และผลไม่เป็นตามที่คาดไว้ ก็อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งได้

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง กล่าวอีกว่า หากคนยังมีอคติ วิธีที่โหวตตามอารมณ์ก็มักจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใหม่ๆ ก็ยังจะอคติอยู่อย่างนั้น


อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" พร้อมกันได้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป ได้ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32.

คุณกำลังดู: วิเคราะห์ทิศทางการเมืองไทย อนาคตของประชาชนจะเป็นอย่างไร ในการเลือกตั้ง 2566

หมวดหมู่: สังคม

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด