ว่าด้วยเรื่องผล "โพลออนไลน์" น่าเชื่อถือเพียงใด?

ปัจจุบันเริ่มมีการใช้ระบบเทคโนโลยีออนไลน์ในการสำรวจ ให้ผู้ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตสามารถเข้ามาตอบแบบสำรวจออนไลน์ได้เอง และมีเครื่องมือง่ายๆ ที่สามารถทำแบบสอบถามออนไลน์ได้ บางคนก็เพียงแต่ทำแบบสอบถามออนไลน์ตั้งคำถาม แล้วก็โพสต์แบบสอบถามออกไป

ว่าด้วยเรื่องผล "โพลออนไลน์" น่าเชื่อถือเพียงใด?

โพลไม่ใช่เรื่องใหม่ในบ้านเรา เราเคยทำโพลเรื่องต่างๆ เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง หนึ่งในการสำรวจครั้งแรกๆ ในประเทศไทย คือ การทำโพลเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2518 โดย “นิด้าโพล” ซึ่งผลสำรวจในตอนนั้นก็ใกล้เคียงกับผลการเลือกตั้งที่ออกมาจริง จึงทำให้ต่อมามีคนให้ความสนใจกับผลโพลมากขึ้น โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่มักจะให้ความสำคัญกับโพลในบางเรื่อง แต่บางครั้งอาจไม่เข้าใจถึงวิธีการวิเคราะห์ความน่าเชื่อของผลโพล

การทำโพลเป็นเรื่องที่ต้องการทราบความเห็นของผู้คนในสังคมโดยการสุ่มข้อมูลจากกลุ่มประชากรทั้งหมดด้วยหลักการทางสถิติ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ดีจำเป็นต้องครอบคลุมผู้คนที่มีความหลากหลายด้าน ทั้งอายุ เพศ อาชีพ รายได้ การศึกษา หรือแม้ภูมิลำเนา ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อจะสามารถเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ดีในการเป็นตัวแทนของประชากรทั้งหมดได้ ซึ่งการสำรวจที่ดีจะต้องมีการวางแผนที่ดี และอาจต้องกำหนดกลุ่มตัวอย่างของผู้สำรวจให้ชัดเจน จึงจะได้ผลการสำรวจที่มีความน่าเชื่อถือ

ในอดีตการสำรวจอาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ต้องส่งผู้คนลงภาคสนามเพื่อสอบถามกลุ่มตัวอย่างตามสถานที่ต่างๆ ด้วยการสัมภาษณ์ หรือส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์เพื่อให้ตอบกลับ รวมถึงอาจมีการใช้โทรศัพท์ในการสอบถาม การสำรวจข้อมูลในแต่ละเรื่องให้ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างที่ดีจึงมักใช้เวลานาน และต้องวางแผนการสำรวจให้ดี ดังนั้นแต่ละสำนักโพลก็อาจไม่สามารถที่จะทำโพลได้บ่อยมากนัก

แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการใช้ระบบออนไลน์ในการสำรวจ ให้ผู้ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตสามารถเข้ามาตอบแบบสำรวจออนไลน์ได้เอง และมีเครื่องมือง่ายๆ ที่สามารถทำแบบสอบถามออนไลน์ได้ บางคนก็เพียงแต่ทำแบบสอบถามออนไลน์ตั้งคำถาม แล้วก็โพสต์แบบสอบถามออกไปให้ผู้คนสามารถตอบแบบออนไลน์ โดยอาจไม่ได้มีหลักการทางสถิติหรือความรู้ในการทำโพลเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ทุกวันนี้มีผลโพลต่างๆ ออกมาเป็นจำนวนมากบางกรณีหากเน้นแต่เครื่องมือในการทำโพลก็อาจไม่ได้คำนึงถึงกลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสม และเป็นโพลแบบเปิดให้ใครเข้ามาตอบแบบสอบถามก็ได้ แล้วมุ่งเน้นให้มีจำนวนผู้ที่จะเข้ามาตอบแบบสอบถามออนไลน์ให้มากที่สุด

คำถามที่น่าสนใจคือ การทำโพลออนไลน์เหล่านี้มีความน่าเชื่อถือเพียงใด เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ผลโพลสามารถเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ดีของจำนวนประชากรทั้งหมด การนำเสนอผลโพลที่ดีจึงไม่ควรที่จะแสดงเฉพาะคะแนนที่ได้จากการสำรวจของกลุ่มตัวอย่าง แต่ผู้ที่ทำการสำรวจต้องมีความโปร่งใส ต้องแสดงรายละเอียดต่างๆ ของการสำรวจ ตัวอย่างแบบสอบถาม วิธีการสำรวจที่ชัดเจน เครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่ใช้ วิธีการในการกระจายหรือส่งแบบสอบออนไลน์ในการสำรวจ จำนวนผู้ที่สามารถเข้าถึงแบบสำรวจ จำนวนคนที่ตอบแบบสำรวจ รวมถึงจำนวนผู้ที่ตอบคำถามไม่สมบูรณ์ และอาจครอบคลุมไปถึงวิธีการที่จะตัดผู้ตอบแบบสำรวจซ้ำ หรือผู้ที่ปลอมมาตอบแบบสำรวจ

การสำรวจออนไลน์ต่างๆ โดยปกติจะมีความน่าเชื่อถือที่ค่อนข้างต่ำ ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น การสำรวจจะไม่สามารถเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ดีในการจะเป็นตัวแทนของผู้คนทั้งหมดได้ตั้งแต่แรกเพราะประชากรจำนวนหนึ่งไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ต ข้อสำคัญผู้ตอบแบบสอบถามคือกลุ่มที่ตั้งใจมาตอบมากกว่าเป็นการเลือกสุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมด้วยหลักการทางสถิติ ดังนั้นแม้จะมีผู้ตอบแบบสอบถามออนไลน์จำนวนมากแต่บางทีก็อาจจะกระจุกอยู่ในกลุ่มคนบางกลุ่ม

นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสอบถามออนไลน์อาจมาจากที่ไหนก็ได้ แม้แต่นอกประเทศไทย และเราไม่สามารถทราบตัวตนที่แท้จริงของเขา จึงอาจทำให้ต้องพบกับผู้ตอบคำถามที่ให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น อายุ เพศ อาชีพ ที่เป็นเท็จได้

จากการศึกษาของ Pew Research Center พบว่า ออนไลน์โพลในสหรัฐอเมริกาจะมีผู้ปลอมมาตอบแบบสอบถามในทุกโพลอยู่ในช่วง 4-7% รวมถึงพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนหนึ่งมาตอบเพียงเพราะต้องการของที่ระลึกหรือรางวัลที่ผู้สำรวจอาจจะมอบให้ ซึ่งก็ทำให้ผลการสำรวจคาดเคลื่อนไปได้

ที่สำคัญอย่างยิ่งการสำรวจที่จัดทำโดยกลุ่มคนเพื่อหวังประโยชน์ให้กับตัวเองหรือต้องการให้ผลโพลเป็นตามทัศนคติของตัวเอง ก็จะมีลักษณะที่ทำให้กลุ่มของตัวเองและพวกพ้องมาตอบแบบสอบถามมากกว่า แม้จะมีการโพสต์แบบสอบถามทางโซเชียลมีเดีย แต่ด้วยระบบเอไอของโซเชียลมีเดียก็มีแนวโน้มทำให้ผู้คนที่มีทัศนคติคล้ายกันเห็นข้อมูลที่จะนำไปสู่การชักจูงในการตอบแบบสอบถามมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ไม่แปลกใจที่ผลโพลลักษณะนี้จะโน้มเอียงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างมาก โดยคะแนนอาจโน้มเอียงขึ้นไปด้านตัวเองมากกว่า 90% ก็เป็นได้

ในสหรัฐอเมริกามีเว็บไซต์ที่ชื่อ FiveThirtyEight ที่ทำการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของสำนักโพลต่างๆ โดยวัดจากโพลการเลือกตั้งเมื่อเทียบกับผลเลือกตั้งจริง ที่เก็บสถิติย้อนหลังมาหลายปี แล้วนำมาจัดเกรดตั้งแต่ A ถึง D สำนักโพลชื่อดังหลายแห่งก็ได้รับการจัดอันดับอยู่เกรด A+ ดังเช่น Siena College/The New York Times Upshot หรือ ABC News/The Washington Post ทั้งนี้สำนักโพลทั้งสองยังใช้วิธีการสำรวจโดยการโทรศัพท์เจาะจงไปยังกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเมื่อเทียบกับการสำรวจที่ใช้แบบสำรวจออนไลน์อย่าง SurveyMoney กลับพบว่า ได้เกรดเพียงระดับ C

แม้วันนี้การสำรวจด้วยวิธีการแบบเดิมๆ โดยใช้โทรศัพท์ หรือออกภาคสนามจะทำยากขึ้น ผู้คนก็ไม่อยากตอบคำถามจากเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่รู้จัก หรือตอบคำถามจากคนแปลกหน้า แต่วิธีการสำรวจแบบเดิมกลับพบว่า จะเจาะจงกลุ่มตัวอย่างได้ดีกว่า และยิ่งถ้าการสำรวจออนไลน์ใดๆ เน้นเฉพาะการใช้เทคโนโลยีโดยผู้ทำการสำรวจไม่เข้าใจหลักสถิติที่ดีแล้ว ความน่าเชื่อก็จะยิ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างต่ำ

ที่น่ากลัวไปกว่านั้นการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ทุกวันนี้ก็สามารถที่จะสร้างผลโพลแบบปลอมๆ ออกมาได้ง่ายยิ่งขึ้น สามารถที่จะปั่นผลการสำรวจ หรือแม้แต่ก็ใช้บอตในการตอบแบบสำรวจก็ทำได้

ดังนั้นในวันนี้ถ้ามีผลโพลออนไลน์ใดๆ ออกมา เราจึงไม่ควรจะต้องตื่นเต้นหรือให้ความสำคัญมากนัก เว้นเสียแต่ว่าโพลดังกล่าวใช้หลักการทางสถิติที่ดี และมีการนำเสนอข้อมูลอย่างโปร่งใส และที่น่าสนใจในวันนี้ที่มีโพลต่างๆ ออกมามากมาย เราควรจะพิจารณาวิธีการจัดเกรดความน่าเชื่อถือของสำนักโพลก่อนที่สื่อจะนำเสนอผลโพลด้วยซ้ำไป

คุณกำลังดู: ว่าด้วยเรื่องผล "โพลออนไลน์" น่าเชื่อถือเพียงใด?

หมวดหมู่: Gadget

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด