วิ่งไฟฟ้าไกล 54 กม. มาแล้ว เสียบปลั๊กจอมพลัง AUDI Q5 55 TFSI e PLUG IN HYBRID

AUDI Q5 55 TFSI e PLUG IN HYBRID เครื่องเบนซิน 2.0 ลิตร มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ กำลัง 367 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร 0-100 ใน 5.3 วินาที ราคา 3,699,000 บาท ถึง 4,190,000 บาท

วิ่งไฟฟ้าไกล 54 กม. มาแล้ว เสียบปลั๊กจอมพลัง AUDI Q5 55 TFSI e PLUG IN HYBRID

Audi Q5 ปี 2022 เปรียบเสมือน iPhone ของ Apple ในโลกของ SUVนี่คือเอสยูวีตราสี่ห่วงที่ขึ้นชื่อในด้านคุณภาพการประกอบที่แม่นยำและแน่นหนา (ไม่เชื่อลองปิดประตูรถ Audi ดูก็ได้) พร้อมการควบคุมที่ขึ้นตรงกับประสิทธิภาพของการเร่งความเร็วอย่างทันใจ รูปลักษณ์ที่ประณีตของยานยนต์อเนกประสงค์แบรนด์เยอรมัน เน้นความหรูหราและเร่าร้อน Q5 55TFSI e Plug in Hybrid มีคุณสมบัติทางเทคนิคที่โดดเด่นและสไตล์ที่ฉูดฉาดจากชุดแต่ง Black Edition สำหรับ Q5 เหล่านักขับพ่อบ้านต่างรับประกันความพึงพอใจด้านการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยภาพรวมของ Q5 Facelift 2022 มันมีระบบส่งกำลัง 3 แบบ เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ 201 แรงม้า ในรุ่น 40TFSI ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Ultra Quattro เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รุ่นต่อไปเป็น 45TFSI ได้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบ ปรับแต่งให้ทรงพลังมากกว่าที่ 261 แรงม้า และมาด้วยชุดขับสี่แบบใหม่เช่นเดียวกัน สำหรับรุ่นปลั๊กอินไฮบริด 55TFSI e นั้นกระฉูดกว่ามาก TFSI e ให้อัตราเร่งที่รวดเร็วน้องๆ Porsche Macan พร้อมการขับแบบไม่ปล่อยมลพิษไกล 54 กิโลเมตร ผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีเสียบปลั๊กชาร์จ ทั้งวัยรุ่นและวัยผู้บริหาร ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของ Audi Q5 เนื่องจากมีฟีเจอร์ดิจิทัลและการช่วยเหลือผู้ขับมากมายหลายฟังก์ชัน พร้อมกำลัง 362 แรงม้า กับแรงบิดที่โหดพอๆ กับ SQ5

Audi Q5 55TFSIO e รุ่นและราคา

Q5 55 TFSI e Quattro S Line ราคา 3,699,000 บาท

Q5 55 TFSI e Quattro S Line Black Edition 3,950,000 บาท

Q5 Sportback 55 TFSI e Quattro S Line Black Edition 4,190,000 บาท

ปัจจุบัน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังพุ่งแรง และมียอดขายรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก และ SUV พลังงานไฟฟ้า ที่ต่างก็มีสไตล์และมีระยะทางเป็นที่น่าพอใจ ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่มีความหลากหลายของตัวถัง และมีราคาขายต่ำกว่ารถยนต์ไฟฟ้าของฝั่งยุโรปมาก แต่ยานพาหนะที่ใช้ระบบพลังงานผสมแบบเสียบเพื่อชาร์จนั้นยังคงทันสมัยอยู่ โดยเฉพาะรถยนต์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดจากเยอรมัน Audi Q5 55 TFSI e 2023 ที่นำเข้าโดย Audi Thailand มีเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ ชุดแบตเตอรี่ขนาด 17.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง มอเตอร์ไฟฟ้า 105 แรงม้า เกียร์ 7 สปีดที่เชื่อมต่อกับมอเตอร์ขับเคลื่อนเสริมแรงในระบบส่งกำลังของ Q5 ควบรวมกำลังทั้งสองระบบได้ 367 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร นั่นถือว่าแรงเอาเรื่องเลยล่ะครับ เพราะถ้าไม่แรงพอ คู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz GLC300e / BMW X3 xDrive 30e LCI / Volvo XC60 T8 R Design และ Lexus NX450h+ ก็พร้อมที่จะแซงขึ้นหน้าอยู่ตลอดเวลา

การปรับแต่งระบบส่งกำลัง TFSI e ของ Audi ไม่จำเป็นจะต้องมีการประนีประนอมกับอัตราสิ้นเปลือง แต่ระยะการใช้งานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียวๆ ที่ทำได้ 54 กิโลเมตร ทำให้สูสีกับระยะทางไฟฟ้าของ Lexus NX450h+ ที่ทำได้ประมาณ 60 กิโลเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับปลั๊กอินไฮบริดของญี่ปุ่นในเซกเมนต์ที่ใกล้เคียงกัน Lexus NX450h+ สามารถเดินทางต่อไปได้อีกนิด โดยใช้พลังงานแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว แต่ประสิทธิภาพด้านการเร่งความเร็วของจรวดทางเรียบอย่าง Q5 55TFSIe นั้นไม่เป็นสองรองใคร มันเป็นเอสยูวีที่แรงและเร็ว มันเร็วกว่า NX450h+ และเร็วกว่า SQ5 ที่เน้นประสิทธิภาพด้านอัตราเร่ง ในความเป็นจริง Q5 55 TFSIe เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 5.3 วินาที แซงหน้า SQ5 รุ่นล่าสุด (รุ่น Sportback) 0.3 วินาที ในขณะที่ Q5 Sportback 45TFSI ทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.6 วินาที

มีอะไรใหม่ใน Q5 PHEV ปี 2023
Audi ได้เปลี่ยนคุณลักษณะบางอย่างในกลุ่มผลิตภัณฑ์เอสยูวีรุ่น Q5 ในปีนี้ เริ่มจากการสร้างมาตรฐานใหม่ของระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ในทุกรุ่น มันมาพร้อมกับระบบเครื่องเสียงของ Bang & Olufsen ที่ให้มิติของเสียงเพลงอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม รุ่น Plug-in Hybrid “55” ติดตั้งไฟท้ายแบบ OLED Chronos Grey สีตัวถังที่มีให้เลือกหลากหลาย บนเนื้อสีภายนอกของ Q5 55TFSIe ที่สดใสและกระจ่างตา ล้ออัลลอยขอบ 20 นิ้ว ของ S line ไฟหน้า Audi Matrix LED พร้อมระบบอัตโนมัติ กระจังหน้าทรงรังผึ้งกรอบแปดเหลี่ยม สำหรับ Q5 ใหม่ ใช้แพลตฟอร์ม MLB2 ร่วมกับรถยนต์หลากหลายรุ่นภายใต้แบรนด์ Audi เช่น A4 / A8 / Q7 และ Volkswagen Touareg MKII เป็นแพลตฟอร์มที่มีความหลากหลาย ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลความจุ 2.0 ลิตร ไปจนถึงเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร รวมถึงเครื่องยนต์ลูกผสมแบบปลั๊กอินไฮบริด กับการวางระบบขับเคลื่อนแยกย่อยทั้งขับเคลื่อนล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา Ultra Quattro

มิติตัวถัง ยาว 4,663 มิลลิเมตร กว้าง 1,893 มิลลิเมตร ความกว้างตัวถังวัดจากขอบกระจกมองข้าง Width including mirrors 2,140 มิลลิเมตร สัดส่วนความสูงอยู่ที่ 1,659 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,819 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า1,616 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง1,609 มิลลิเมตร ระยะโอเวอร์แฮงค์หน้า 899 มิลลิเมตร ระยะโอเวอร์แฮงค์หลัง945 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2,040 กิโลกรัม

ล้อและยาง Q5 55TFSI e Quattro S Line - continental conti-sportcontact 235/55/R19
ล้อและยาง Q5 55TFSI e Quattro S Line Black Edition - pirelli scorpion verde 255/40R20
ล้อและยาง Q5 Sportback 55TFSI e Quattro S Line Black Edition -pirelli scorpion verde 255/40R20

ทุกวันนี้ Audi แยกระบบส่งกำลังของ Q5 ด้วยตัวเลข 40, 45 และ 55 สองตัวแรกหมายถึงเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตรเทอร์โบ และตัวที่สามเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบเทอร์โบ ติดตั้งระบบปลั๊กอินไฮบริด มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูง ตัวถังของ Audi Q5 2023 มีให้เลือกทั้งแบบมาตรฐาน และ Sportback ซึ่งมาพร้อมความสมดุลของไดนามิก ด้วยระบบขับเคลื่อนทุกล้อ Ultra Quattor จอแสดงผลมาตรวัดดิจิตอล Virtual Cockpit ช่วงล่างและยางที่มีประสิทธิภาพการยึดเกาะ กับความสะดวกสบายของห้องโดยสาร

เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และสมรรถนะ
Q5 55TFSI e รุ่นที่ Audi Thailand นำเข้ามาขาย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินสี่สูบ เทอร์โบชาร์จ ความจุ 2.0 ลิตร กำลัง 262 แรงม้า แรงบิด 370 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าในเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด กำลัง 141 แรงม้า แรงบิดของมอเตอร์ขับเคลื่อนอยู่ที่ 350 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Ultra Quattro คอยเฉลี่ยแรงบิดให้เกิดความสมดุลในทุกย่านความเร็ว แบตเตอรี่ lithium-ion ขนาด 17.9 kWh onboard charge เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เมื่อทำงานร่วมกันจะมีกำลังรวม 367 แรงม้า แรงบิดของทั้งสองระบบรวม 500 นิวตันเมตร (369 ปอนด์-ฟุต) เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร ใน 5.3 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบกันสะเทือนของเอสยูวีขนาดกะทัดรัดที่หรูหรานั้นรองรับแรงกระแทกได้ดี และให้ความรู้สึกมั่นคง ไม่ว่าสภาพถนน หรือสภาพการขับจะเป็นอย่างไร การขับเน้นความราบรื่นและควบคุมได้ง่าย ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีระบบกันสะเทือนแบบปรับได้อัตโนมัติก็ตาม แม้กระทั่งบนผิวยางมะตอยที่มีรอยแตก การบังคับเลี้ยวของพวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผันนั้นเน้นความแม่นยำและให้สัมผัสที่เบาสบายมือ โหมดไดนามิก พวงมาลัยจะปรับหน่วงเพื่อให้ความรู้สึกแข็งแกร่งแต่ยังคงความดุดัน เหมาะกับเส้นทางคดเคี้ยวซึ่งท้าทายคู่แข่งมากความสามารถอย่าง Porsche Macan อย่างจงใจ

Q5 มีพื้นที่เพียงพอสำหรับผู้ใหญ่สี่คนเพื่อให้รู้สึกสบายและมีคุณสมบัติหรูหรา ห้องโดยสารมีวัสดุป้องกันเสียงแปลกปลอมจนเงียบมากพอที่จะขับอย่างสงบราบรื่นได้ในวันที่เร่งรีบ ด้วยความเร็วและการดีไซน์บานประตูให้เข้าและออกจากห้องโดยสารได้ง่าย Q5 55TFSIe ยกระดับงานตกแต่งให้ลงตัวด้วยแดชบอร์ดที่เน้นเส้นสายเฉียบคม มีการรวบรวมคุณสมบัติที่หรูหรามากขึ้น รวมถึงคลัสเตอร์มาตรวัดดิจิตอล Virtual Cockpit ที่ปรับรูปแบบได้ของ Audi มาตรวัดจอภาพยังแสดงผลด้วยวัดรอบและความเร็วทรงกลมแบบคลาสสิก เบาะปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ แผงข้างประตูและพนักเท้าแขนในทุกตำแหน่งหุ้มด้วยหนังอย่างดี พื้นที่เบาะหลังออกแบบให้นั่งโดยสารทางไกลได้อย่างสบายตัว เบาะหลังของ Q5 พับได้ง่าย ด้วยรูปแบบของการพับ 40/20/40 ให้ความยืดหยุ่นที่ Lexus RX ไม่มี และมีพื้นที่เก็บสัมภาระมากกว่านิดหน่อย ระบบสาระบันเทิงหรืออินโฟเทนเมนต์ที่ใช้งานง่าย แสดงในหน้าจอแดชบอร์ดขนาด 10.1 นิ้ว ฟีเจอร์สาระบันเทิงส่วนใหญ่จะมีอยู่และนำมาใช้ในไตรมาสที่ 5 ฐาน ซึ่งรวมถึงฮอตสปอต Wi-Fi และความสามารถในการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และ Android Auto จอภาพมาตรวัดใน Audi Virtual Cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว

สเปกรุ่นเริ่มต้น Audi Q5 55TFSIe Quattro S Line
เครื่องยนต์เบนซิน Plug in Hybrid เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ ความจุ 2.0 ลิตร 265 แรงม้า 370 นิวตันเมตร
มอเตอร์ไฟฟ้า กำลัง 143 แรงม้า 350 นิวตันเมตร
กำลังรวมสูงสุดทั้งสองระบบ 367 แรงม้า 500 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 5.3 วินาที
ขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro
ล้อและยางขนาด 235/55/R19
พื้นที่เก็บสัมภาระ กว้าง 465 ลิตร-1,405 ลิตร
ชุดแต่งภายนอก S Line
เซนเซอร์และกล้องแสดงภาพขณะถอยหลัง
ระบบปรับอากาศแบบแยกอิสระสามโซน
เบาะคู่หน้าแบบสปอร์ต ปรับไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่งเบาะคนขับ
ระบบช่วยปรับอุณหภูมิห้องโดยสารก่อนเริ่มการขับขี่
ม่านบังแดดที่กระจกประตูด้านหลัง ซ้าย-ขวา

สิ่งที่เพิ่มมาให้ใน Q5 55TFSI e Quattro S Line Black Edition
ชุดแต่ง Black Edition รอบคัน
เบาะหุ้มหนัง Fine Nappa พร้อมสัญลักษณ์ S Line
เครื่องเสียง B&O
ล้อและยาง 255/40R20
คาลิปเปอร์เบรกสีแดง
ระบบช่วยเหลือการขับขี่
ระบบป้องกัน Pre-sense แบบพื้นฐาน (AudiPre-sense Basic)
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุด้านหลัง Audi Pre-sense Rear
ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตาเมื่อเปลี่ยนเลน
ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถเมื่อจะเปิดประตูลงจากรถ
ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านหลังเมื่อเข้าเกียร์ถอย


สิ่งที่เพิ่มมาใน Q5 Sportback 55TFSI e Quattro S Line Black Edition
เปิดตัวรุ่นตัวถัง Sportback
หลังคา Panoramic แบบเต็มบาน
กระจังหน้า ตกแต่งด้วยสี Glossy Black

ระบบปลั๊กอินไฮบริด
แบตเตอรี่ 17.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง จำนวน 8 โมดูล เปลี่ยนแยกแต่ละโมดูลได้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งลูก
ชาร์จด้วยไฟ 7.4 kW onboard charge เต็มภายในเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง
ระยะทางการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 54.3 กิโลเมตร

รับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แบบเดียวกับ e-Tron.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณกำลังดู: วิ่งไฟฟ้าไกล 54 กม. มาแล้ว เสียบปลั๊กจอมพลัง AUDI Q5 55 TFSI e PLUG IN HYBRID

หมวดหมู่: รถยนต์

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด