อย่าประมาทดอลลาร์แข็งค่าและผลต่อเศรษฐกิจโลก | บัณฑิต นิจถาวร

เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ากว่าร้อยละ 14 เทียบกับปีก่อนและร้อยละ 11 จากต้นปี เป็นการแข็งค่ามากสุดในรอบ 20 ปีและไม่มีท่าทีว่าจะหยุดง่ายๆ

อย่าประมาทดอลลาร์แข็งค่าและผลต่อเศรษฐกิจโลก | บัณฑิต นิจถาวร

ในอดีตการเเข็งค่าของเงินดอลลาร์ที่ต่อเนื่องและมาพร้อมอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นมักทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอยและเศรษฐกิจประเทศตลาดเกิดใหม่มีปัญหา จนบางครั้งเกิดเป็นวิกฤติ เช่น วิกฤติเศรษฐกิจเม็กซิโกปี 1994 และวิกฤติเศรษฐกิจเอเซียปี 1997

คําถามคือการแข็งค่าของดอลลาร์คราวนี้ จะทําให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจประเทศตลาดเกิดใหม่เกิดปัญหาหรือวิกฤติตามมาหรือไม่ นี่คือประเด็นที่จะเขียนวันนี้

ความพิเศษของการแข็งค่าของเงินดอลลาร์รอบนี้คือ เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเทียบกับเงินสกุลหลักทุกสกุลในขนาดที่มากและเร็วคือ แข็งค่าร้อยละ 12.1 เทียบกับเงินยูโรนับตั้งแต่ต้นปีที่ล่าสุดอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์/ยูโรอยู่ที่ระดับหนึ่งต่อหนึ่ง คือหนึ่งดอลลาร์แลกได้หนึ่งยูโร แข็งค่าขึ้นร้อยละ 18

เทียบกับเงินเยนที่อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์/เยน ทะลุ 140 เยนต่อดอลลาร์ ทําให้เงินเยนอ่อนสุดตั้งแต่เดือน ส.ค. ปี 1998 แข็งค่าขึ้นร้อยละ 8 เทียบกับเงินหยวนของจีนที่ขณะนี้เงินหยวนอ่อนค่าสุดในรอบ 2 ปี แข็งค่าขึ้นเทียบกับเงินเอเชียทุกสกุล และแข็งค่าขึ้นประมาณร้อยละ 8 เทียบกับเงินบาทตั้งแต่ต้นปี

การแข็งค่าที่ต่อเนื่องและเข้มแข็งนี้เป็นผลจากหลายปัจจัยที่สนับสนุนให้สินทรัพย์เงินดอลลาร์น่าลงทุน เทียบกับสินทรัพย์เงินสกุลอื่น รวมถึงความเข้มแข็งโดยเปรียบเทียบของเศรษฐกิจสหรัฐ

อย่าประมาทดอลลาร์แข็งค่าและผลต่อเศรษฐกิจโลก | บัณฑิต นิจถาวร

ปัจจัยแรก คือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐเพื่อลดเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นมากและเร็ว รวมแล้ว 2.25% ตั้งแต่เดือน มี.ค. การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทําให้สินทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์น่าลงทุนเพราะให้ผลตอบแทนสูงขึ้น

สะท้อนในรูปส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างขึ้น กระตุ้นให้นักลงทุนปรับพอร์ตเคลื่อนย้ายการลงทุนเข้าสู่สินทรัพย์เงินดอลลาร์ ทำให้ความต้องการถือเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า

2) ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจสหรัฐที่ดูเข้มแข็งกว่าเศรษฐกิจประเทศหลักอื่นๆไม่ว่าจะเป็น สหภาพยุโรปที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบมากจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน เศรษฐกิจจีนที่อ่อนเเอลงมากจากปัญหาฟองสบู่แตกในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และมาตรการล็อกดาวน์เพื่อหยุดการระบาดของโควิด-19

เพียงแต่ดุลการค้าที่เกินดุลได้ช่วยพยุงการอ่อนค่าของเงินหยวน และญี่ปุ่นที่เศรษฐกิจยังอ่อนแอจากผลของโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำมากเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าดูแลเงินเฟ้อ ทําให้เงินเยนยิ่งอ่อนค่ามาก

3) สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนได้สร้างดิสรัปชันและความไม่แน่นอนมากให้กับเศรษฐกิจโลกทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาความมั่นคงทางภูมิศาสตร์การเมือง ซึ่งดิสรัปชันสําคัญสุดคือวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้น

อย่าประมาทดอลลาร์แข็งค่าและผลต่อเศรษฐกิจโลก | บัณฑิต นิจถาวร

ในทั้งหมดนี้ สหรัฐถูกมองว่าเป็นประเทศที่น่าจะสามารถประคับประคองตนเองได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่มี ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ เช่น ความพอเพียงของพลังงานในประเทศที่สหรัฐมี เรื่องการทหารและความมั่นคง

ด้วยเหตุนี้ สินทรัพย์ดอลลาร์สหรัฐจึงถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe haven) นำไปสู่การเคลื่อนย้ายทรัพย์สินเข้าสู่สินทรัพย์เงินดอลลาร์

มองไปข้างหน้า มีสองเหตุการณ์ที่จะทําให้สถานการณ์ความอ่อนแอและความไม่สมดุลในเศรษฐกิจโลกที่เป็นอยู่ขณะนี้จะยังมีอยู่ต่อไป ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าจะเปลี่ยนหรือจบลงเมื่อไรอย่างไร

อย่างแรก คือท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องอย่างน้อยในช่วงที่เหลือของปีนี้เพื่อลดแรงกดดันของเงินเฟ้อเป็นสัญญาณที่ชัดเจน ทําให้เงินดอลลาร์จะแข็งค่าต่อเนื่อง การแข็งค่าของเงินดอลลาร์จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากแม้จะดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐในระยะสั้น

เพราะอำนาจซื้อของเศรษฐกิจสหรัฐจะมีมากขึ้น สามารถซื้อสินค้าจากทั่วโลกในราคาที่ถูกลงเมื่อคิดเป็นเงินดอลลาร์ แต่จะไม่ดีในระยะยาวเพราะสหรัฐจะกลายเป็นเศรษฐกิจที่ทุกอย่างแพง เพราะค่าเงินแข็งมาก ไม่น่าลงทุน ต้นทุนการผลิตแพงมาก แข่งขันไม่ได้

อย่าประมาทดอลลาร์แข็งค่าและผลต่อเศรษฐกิจโลก | บัณฑิต นิจถาวร

สองเศรษฐกิจโลกขณะนี้เป็นเศรษฐกิจโลกที่แตกแยก ขาดความสมดุล และไม่ synchronize ในแง่วัฏจักรเศรษฐกิจคือ ไม่เคลื่อนตัวในทิศทางเดียวกัน

เพราะเศรษฐกิจอันดับหนึ่งและอันดับสองของโลก คือสหรัฐและจีน กําลังไปคนละทาง เศรษฐกิจสหรัฐเติบโต เศรษฐกิจจีนชะลอ สหรัฐมีปัญหาเงินเฟ้อสูงแต่จีนไม่มีหรือยังไม่มี สหรัฐขึ้นอัตราดอกเบี้ยขณะที่จีนลดดอกเบี้ย สหรัฐค่าเงินแข็งขณะที่จีนค่าเงินอ่อน

คําถามคือความแตกต่างนี้จะยืนระยะนานแค่ไหน เป็นเรื่องชั่วคราวของการปรับตัวที่ในที่สุดจะกลับเข้าหากันคือ converge หรือไม่ หรือ กําลังสะท้อนความไม่สมดุลที่จะทําให้เศรษฐกิจโลกเสี่ยงต่อการเกิดภาวะถดถอยรุนแรง นี้คือความไม่แน่นอน

สำหรับเศรษฐกิจประเทศตลาดเกิดใหม่ สถานการณ์แบบนี้ไม่ปลอดภัย เพราะทําให้เศรษฐกิจจะล่อแหลมต่อการเกิดปัญหาด้านเสถียรภาพเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าต่อเนื่องและอัตราเงินเฟ้อที่สูงในเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะราคาน้ำมัน

อย่าประมาทดอลลาร์แข็งค่าและผลต่อเศรษฐกิจโลก | บัณฑิต นิจถาวร

จะทําให้อํานาจซื้อของเศรษฐกิจประเทศตลาดเกิดใหม่ลดลง มีปัญหาขาดดุลบัญชีเดินสะพัดรุนแรง อัตราดอกเบี้ยที่สูงจะเพิ่มภาระในการชําระหนี้ต่างประเทศ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะทําให้รายได้จากการส่งออกลดลง

ในอดีต สถานการณ์แบบนี้เคยนําไปสู่การเกิดวิกฤติในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีหนี้ต่างประเทศมาก ที่รัฐบาลและภาคธุรกิจใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ประเทศขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูง เกิดการผิดนัดชำระหนี้ เกิดเงินทุนไหลออก ทําให้ค่าเงินอ่อนมาก และทุนสํารองระหว่างประเทศลดลง

ไอเอ็มเอฟประเมินว่าเกิดเงินทุนไหลออกจากประเทศตลาดเกิดใหม่ปีนี้ไปแล้วกว่า 50 พันล้านดอลลาร์ และล่าสุด ศรีลังกาคือตัวอย่างของประเทศที่กําลังเจอกับแรงกดดันและสถานการณ์แบบนี้

นี่คือสิ่งที่ต้องระวังและไม่ประมาทในเศรษฐกิจโลกขณะนี้.

อย่าประมาทดอลลาร์แข็งค่าและผลต่อเศรษฐกิจโลก | บัณฑิต นิจถาวร

คอลัมน์ เศรษฐศาสตร์บัณฑิต

ดร.บัณฑิต นิจถาวร

ประธานมูลนิธินโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล

[email protected]

คุณกำลังดู: อย่าประมาทดอลลาร์แข็งค่าและผลต่อเศรษฐกิจโลก | บัณฑิต นิจถาวร

หมวดหมู่: ข่าวเศรษฐกิจ/ธุรกิจ

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด