อัจฉริยะ ยื่น สอท.สอบ เจ้าหน้าที่รัฐ 3 นายขายข้อมูลทะเบียนราษฎร

อัจฉริยะ แจ้งตำรวจไซเบอร์ เอาผิด 2 นายดาบ 1 พ.จ.อ. เข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎรพี่สาว ผบก.ปคบ. นำไปขายให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเอาเงินเหยื่อไปได้ 3.7 ล้านบาท พบมีตำรวจ 2 นายเข้ามาขอดูข้อมูล..

อัจฉริยะ ยื่น สอท.สอบ เจ้าหน้าที่รัฐ 3 นายขายข้อมูลทะเบียนราษฎร

อัจฉริยะ แจ้งตำรวจไซเบอร์เอาผิด2 นายดาบ 1 พ.จ.อ.เข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎรพี่สาว ผบก.ปคบ. นำไปขายให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงเอาเงินไปได้ 3.7 ล้านบาท พบมีตำรวจ 2 นายเข้ามาขอดูข้อมูลก่อนคนร้ายจะโทรลวงเหยื่อไม่ถึง 20 นาที

เวลา 10.00 น. วันที่ 1 พ.ย. 65 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำเอกสารหลักฐานเข้าพบ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท, พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.สอท. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ ดำเนินคดีอาญากับ 1.ดาบตำรวจสังกัด กก.สส.บก.น.3 2.ดาบตำรวจ ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จ.ราชบุรี และ 3.พันจ่าอากาศเอก เจ้าหน้าที่สายตรวจร้อยสห. กรมทหารสารวัตรทหารอากาศ ดอนเมือง ในข้อหาร่วมกันเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎรพี่สาวของพล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. เพื่อนำไปขายให้กับกลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนหลอกเอาเงินสดไปได้ 3.7 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายอัจฉริยะ กล่าวว่าได้รับการติดต่อจากผู้เสียหายว่าเมื่อช่วงเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน จนต่อมาเกิดความสงสัยว่าแก๊งดังกล่าวได้ข้อมูลส่วนบุคคลมาได้อย่างไร จึงไปติดต่อกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อขอตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎร และพบว่าตำรวจทั้ง 2 นาย เข้าดูข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหายก่อนที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะติดต่อมาไม่ถึง 20 นาที จึงเชื่อว่าตำรวจทั้ง 2 นาย น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องผู้เสียหาย จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ ปอศ. และได้ไปร้องต่อต้นสังกัดของตำรวจทั้ง 2 นายให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง

โดยกรณีที่จังหวัดราชบุรี ดาบตำรวจอ้างว่ามีทหารอากาศเป็นผู้สั่งการให้เข้าถึงข้อมูลผู้เสียหาย และคณะกรรมการมีมติว่าเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง สั่งลงโทษกักขัง แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทราบว่า ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรีทราบเรื่องและได้เร่งรัดให้กักขังดาบตำรวจตามบทลงโทษ รวมถึงเร่งรัดให้จับกุมทหารอากาศที่เป็นผู้สั่งการมาดำเนินคดี

ในส่วนกรณีของกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 เบื้องต้นดาบตำรวจให้การว่ามีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่สั่งให้เข้าถึงข้อมูลวันละ 30 ชื่อ แต่ผลการสอบสวนไม่ทราบแน่ชัด เพราะไม่มีการรายงานผลกลับมายังผู้เสียหาย แต่มั่นใจว่าดาบตำรวจทั้ง 2 นาย รวมถึงผู้ที่สั่งการ จะต้องเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างแน่นอน เพราะเป็นการเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎรผ่านระบบของตำรวจ และเหตุเกิดช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ดังนั้นจึงขอให้ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ความผิดตาม พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ รวมถึงขยายผลตรวจสอบข้าราชการระดับสูงที่มีใบสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาลักลอบนำข้อมูลทะเบียนราษฎรไปขาย และตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด โดยเบื้องต้นทราบว่าเงินของผู้เสียหายถูกกดออกจากบัญชีธนาคารในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และบางส่วนโอนกลับมาที่ร้านวัสดุก่อสร้างในประเทศไทย แต่ก็ถูกกดเงินออกไปทั้งหมดแล้ว

พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวมอบหมายให้ทางพล.ต.ต.ไพโรจน์ สืบสวนสอบสวนพร้อมตรวจสอบข้อมูลหากพบว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะเรียกมาสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

คุณกำลังดู: อัจฉริยะ ยื่น สอท.สอบ เจ้าหน้าที่รัฐ 3 นายขายข้อมูลทะเบียนราษฎร

หมวดหมู่: อาชญากรรม

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด